เรียนคุณครูหยุยอีกครั้งครับ. ผมขออนุญาตนำบทความเรื่อง เด็กไทยว่ายน้ำเป็น / วินิจ รังผึ้ง โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 13พ.ค.51 เป็นผู้หนึ่งที่ส่งบุตรชายของตัวเองเ้าเรียนว่านน้ำหลักสูตร การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด "Survival Swimming Curriculum" ของ สมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ Thai Life Saving Society (TLSS ) เปรียบเทียบหลักสูตร โดยสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ที่กระทรวงสาธารณสุขแล้วนำผลที่ได้มาเขียนบทความนี้ มาเรียนเพื่อผู้สนใจทั้งหลายได้ทราบ ครับ...

เด็กไทยว่ายน้ำเป็น / วินิจ รังผึ้ง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 13 พฤษภาคม 2551 13:44 น.

โดย : วินิจ รังผึ้ง

ช่วงโรงเรียนปิดเทอมภาคฤดูร้อนในเดือนมีนาคม-เมษายน หลายๆครอบครัวมักจะพาเด็กๆไปเที่ยวทะเล ไปเล่นน้ำ

เล่นทรายกันอย่างสนุกสนาน เพราะทะเลนั้นเป็นสิ่งที่เด็กๆแทบทุกคนชื่นชอบ ยิ่งในช่วงหน้าร้อนด้วยแล้ว ยิ่งเป็นสุดยอด

ปรารถนาแต่จากสถิติที่น่าตกใจและหลายคนคาดไม่ถึงก็คือ ทั่วประเทศไทยในแต่ละปีมีเด็กและเยาวชนอายุ 1-17 ปีเสียชีวิตจากการจมน้ำตายราว 2,650 คน และยังมีเด็กอีกราว 3,000 รายประสบเหตุเกือบเสียชีวิตจากการจมน้ำ จากสถิติดังกล่าวแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีเด็กไทยจมน้ำตายเฉลี่ยวันละ 7 คน หรือราวทุก 3-4 ชั่วโมงจะมีเด็กๆจมน้ำตาย 1 คน ซึ่งเป็นสาเหตุการเสีย

ชีวิตในเด็กสูงที่สุดในปัจจุบัน สูงยิ่งกว่าการเสียชีวิตจากโรคระบาดร้ายแรงใดๆทั้งสิ้น และในจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กที่

จมน้ำตายเป็นเด็กที่อยู่ในวัยเพียง 5-9 ปี เด็กผู้ชายจะมีสถิติการเสียชีวิตจากการจมน้ำมากกว่าเด็กผู้หญิง 2.5 เท่า โดยเด็กๆ

ในพื้นที่ภาคอีสานมีสถิติการเสียชีวิตจากการจมน้ำตายมากที่สุด ซึ่งอาจจะเป็นเพราะอากาศในภาคอีสานนั้นร้อน และเด็กๆใน

ชนบทภาคอีสานซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองจำเป็นต้องออกไปทำงานในไร่นา จึงเป็นโอกาสให้เด็กๆชักชวนกันแอบไปเล่นน้ำตามลำ

คลอง หนอง บึง จนเกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น

การจมน้ำตายของเด็กนั้นความจริงส่วนใหญ่ก็มิได้เกิดจากแหล่งน้ำที่ไกลตัวเลย โดยจุดเกิดเหตุส่วนใหญ่เกิดขึ้นห่าง

จากบ้านเด็กเพียง 100 เมตรจำนวน 3 ใน 4 หรือไม่ก็เกิดขึ้นจากสิ่งที่นึกไม่ถึงเช่นเด็กเล็กๆที่อยู่ในวัยเพิ่งหัดเดินเตาะแตะอยู่

ในบ้าน แต่พ่อแม่ผู้ปกครองหรือพี่เลี้ยงอาจจะละสายตาไปดูโทรทัศน์ วิ่งไปรับโทรศัพท์ หรือหันไปทำธุระการงานเพียงชั่วครู่

เมื่อหันกลับมาดูอีกทีก็พบว่าเด็กหัวคะมำคว่ำหน้าสำลักน้ำอยู่ในกะละมังซักผ้า กะละมังล้างจานในบ้านเสียแล้ว ซึ่งเสี้ยวเวลา

แห่งความเผอเรอหรือการทำธุระช่วงสั้นๆนั้นก็เป็นเวลาที่มากมายเพียงพอสำหรับความสูญเสียที่น่าเศร้านั้น

ทั่วประเทศไทยในแต่ละปีจะมีเด็กคลอดใหม่ราว 8 แสนคน แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือในจำนวนเด็กๆที่จำเติบโตขึ้นมาเป็น

กำลังสำคัญของชาตินั้นสามารถจะว่ายน้ำเป็นน้อยมาก โดยเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่มีอยู่ราว 13 ล้านคนนั้นจะมีเด็กที่ว่ายน้ำ

เป็นเพียงร้อยละ 16.3 เท่านั้น จึงนับเป็นความเสี่ยงกับการจมน้ำตายได้อย่างสูงยิ่ง จากปัญหาดังกล่าวทำให้กระทรวง

สาธารณสุข โดยกลุ่มป้องกันการบาดเจ็บ สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค ได้ตระหนักในปัญหานี้จึงได้จัดทำโครงการ

"เด็กไทย ว่ายน้ำเป็น" เพื่อสอนให้เด็กไทยได้ "ว่ายน้ำเป็น เล่นน้ำได้ ออกกำลังกายดี" โดยจัดอบรมเป็นโครงการนำ

ร่องสำหรับบุตรหลานข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขก่อน โดยรับเด็กที่ว่ายน้ำไม่เป็นอายุ 5-9 ปีจำนวน 104 คน มาฝึกอบรม

ทักษะการว่ายน้ำและการเอาตัวรอดจากการจมน้ำ การช่วยเหลือเพื่อนที่ตกน้ำอย่างถูกวิธีและปลอดภัย บริเวณสระว่ายน้ำ

ของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีวิทยากรผู้มากประสบการณ์จากสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำมาเป็นครูฝึก โดยเริ่มอบรมตั้งแต่

เดือนมีนาคม มาสิ้นสุดเอาต้นเดือนพฤษภาคม

การอบรมครั้งนี้ผมมีโอกาสส่งเด็กชายกล้า ลูกชายจอมซนวัย 5 ขวบเศษเข้าไปรับการอบรม เนื่องจากคุณแม่ของลูก

ชายเป็นนักวิชาการอยู่ในกระทรวงสาธารณสุข แรกๆก็ยังเป็นห่วงเป็นใยและไม่มั่นใจว่าเด็กชายกล้าจอมซ่าจะเรียนไปกับเขา

ได้ เพราะยังเล็กเกินไป และเคยพาไปเรียนว่ายน้ำกับครูตามสระว่ายน้ำมาบ้าง แต่ก็ยังไม่ยอมว่ายเป็นสักที เอาแต่ซนเอาแต่

เล่นเอาแต่คุย ซึ่งนั่นขนาดสอนกันตัวต่อตัวยังไม่ค่อยจะคืบหน้าอะไร ยิ่งมาเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ เกรงคุณครูจะดูแลไม่ทั่วถึง

เผลอแผล็บเดียวเดี๋ยวเจ้าจอมซ่าจะลงไปดำผุดดำว่ายอยู่ก้นสระเสียก็จะยุ่ง คิดไปคิดมาอยู่หลายตลบ ในที่สุดก็ตัดใจยอมให้

ไปเข้าอบรม ซึ่งนับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะการอบรมเขามิได้มุ่งเน้นที่จะสอนเด็กให้ว่ายน้ำเป็นเหมือน

หลักสูตรการสอนว่ายน้ำทั่วไป แต่เขาจะเน้นที่พื้นฐานของความปลอดภัยในการเล่นน้ำและการช่วยเหลือตัวเองให้ปลอดภัย

จากการจมน้ำเป็นหลัก เช่นการไม่โดดลงไปช่วยเมื่อเห็นเพื่อนตกน้ำ แต่จะช่วยเหลืออย่างถูกวิถีด้วยการตะโกนขอความช่วย

เหลือจากรอบข้าง หรือการช่วยชีวิตเพื่อนง่ายๆด้วยการใช้ขวดน้ำอัดลมพลาสติกหรือขวดน้ำเปล่าๆ ที่อยู่ใกล้ตัวโยนลงไปให้

เพื่อนเกาะเป็นชูชีพ รวมทั้งการฝึกลอยตัวในน้ำโดยการกอดขวดน้ำเปล่าเพียงขวดเดียว ซึ่งเมื่อฝึกให้ถูกท่าแล้ว เด็กๆก็

สามารถจะลอยตัวอยู่กลางผืนน้ำได้เป็นเวลานาน ก่อนที่จะประคองตัวเข้าสู่ฝั่ง ซึ่งเด็กๆทั้งเด็กเล็กเด็กโตที่เข้ารับการอบรม

สามารถทำได้ทุกคน

นอกจากนั้นยังฝึกให้เด็กๆ ฝึกลอยตัวด้วยท่าลูกหมาตกน้ำ ซึ่งเป็นท่าพื้นฐานของการฝึกลอยตัวที่ง่ายที่สุด ต่อด้วยการ

ฝึกลอยตัวในท่านอนหงายกรรเชียง ซึ่งจะลอยตัวอยู่ได้นานโดยสามารถผ่อนแรงและสามารถหายใจได้สบายที่สุด เมื่อลอย

ตัวท่าลูกหมาตกน้ำได้ ท่าลอยตัวกรรเชียงได้ ครูฝึกก็สอนท่าคว่ำหน้าตีขาพุ่งไปข้างหน้าเหมือนจรวด สลับกับการวาดแขน

ช่วยในการว่ายน้ำเพื่อให้ได้ระยะทางเข้าสู่ฝั่ง โดยหากคว่ำหน้าว่ายไปไม่ไหวก็พลิกตัวใช้ท่าลูกหมาตกน้ำกับท่าหงายท้อง

กรรเชียงลอยตัวเพื่อพักหายใจสลับกันไปจนสามารถจะเข้าถึงฝั่ง ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อว่าการฝึกใช้ทั้ง 3 ท่าสลับกันนั้น ก็

สามารถจะทำให้เด็กๆไม่ว่าจะเด็กเล็กเด็กโตที่เข้าอบรมร้อยกว่าคน สามารถจะลอยตัวว่ายน้ำข้ามสระมาตรฐานขนาดกว้าง 25

เมตรยาว 50 เมตรได้อย่างน่าทึ่ง แม้นแต่ละคนจะไม่ได้ว่ายน้ำเป็นตามท่ามาตรฐาน แต่ทุกคนก็สามารถจะช่วยเหลือตัวเอง

ด้วยการลอยตัวเอาตัวรอดจากการจมน้ำเข้าสู่ฝั่งได้อย่างปลอดภัย

แทบไม่น่าเชื่อว่าช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 20 ชั่วโมงของการฝึกอย่างถูกวิธี จากหลักสูตรดีๆที่เน้นย้ำในความปลอดภัยและ

การให้เด็กๆสามารถจะช่วยเหลือตัวเองไม่ให้จมน้ำ โดยครูฝึกที่มากประสบการณ์จะสามารถมอบสิ่งสำคัญอันสูงค่า ที่จะติดตัว

กับเด็กๆ ไปตลอดชีวิต สิ่งที่เกิดขึ้นในความคิดเมื่อผมประจักษ์ได้ในความสำเร็จเกินความคาดหมายของโครงการนี้ก็คือ ทำ

อย่างไรจะให้มีโครงการดีๆเช่นนี้ขยายตัวแพร่หลายออกไปให้เด็กๆไทยทั่วประเทศได้มีโอกาสดีๆเช่นนี้บ้าง ซึ่งก็คงต้อง

วิงวอนให้รัฐบาลเห็นความสำคัญผลักดันส่งเสริมเป็นนโยบายหลักของประเทศ มีการจัดทำหลักสูตรการอบรมที่เน้นย้ำในเรื่อง

ของความปลอดภัยในการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นเป็นสำคัญมากกว่าการมุ่งเน้นไปที่การว่ายน้ำเป็นเพียงเท่านั้น รวมทั้งให้มี

การขยายเครือข่ายไปยังหน่วยงานต่างๆเช่นโรงเรียนที่มีสระว่ายน้ำ ซึ่งหลายๆโรงเรียนเช่นโรงเรียนของ กทม.ก็ได้เริ่มหลัก

สูตรว่ายน้ำเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ในเด็กระดับประถม 6 กันแล้ว หรือหากจะขยายไปยังหน่วยงานบริหารท้องถิ่นเช่น อบต.ที่มี

งบประมาณมากมายในแต่ละปี หากจะนำมาทำโครงการสร้างสระว่ายน้ำในตำบล ให้เด็กๆได้มีที่เล่นน้ำที่ปลอดภัยอยู่ในสาย

ตาของผู้ใหญ่ และจัดหลักสูตรอบรมให้กับลูกหลานในท้องถิ่นก็เชื่อว่าเด็กไทยจะไม่ตกเป็นเหยื่อของการจมน้ำตายกันมาก

มายเช่นทุกวันนี้.__