สวัสดีครับพระอาจารย์ (ฝากสวัสดีท่านพระครูพิพิธฯด้วยครับ)

ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันแม้ไม่มีโอกาสเดินทางก็เหมือนได้เดินทางไปด้วย

ประการที่ 1 ผมดีใจที่มหาจุฬาฯกำลังขยายเครือข่ายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อศึกษาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน อันจะเป็นฐานสำคัญในการสร้างความเข้าใจ เห็นใจกัน

ประการที่ 2 ผมว่าพิพิธภัณฑ์บ้านเรามีมากพอสมควร แต่เป็นได้เพียงที่เก็บของเก่า เราไม่ได้นำสมบัติของแผ่นดินเหล่านี้เข้าไปเชื่อมโยงกับหลักสูตรการศึกษา ต่างจากสิงค์โปร์ ที่เขาพยายามให้ลูกหลานเขาได้รู้ว่าความหลากหลายเชื้อชาติของคนในประเทศนั้น แท้จริงมีรากฐานมาจากที่ไหน มาอย่างไร ก่อนมาเป็นสิงค์โปร์

ประการที่ 3 รัฐบาล , ส่วนท้องถิ่น , ประชาชน ต้องรับเรื่องนี้เป็นนโยบาย เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านด้วยความรู้ ความเข้าใจในมิติของกาลเวลา มิใช่ให้เยาวชนศึกษาแต่สงครามพม่ายึดอยุธยา , พระยาละแวกเมืองกัมพูชา , ขนาดประวัติศาตร์ประเทศไทยเองยังดูถูกเรื่องเชื้อชาติของคนต่างจังหวัด จนเป็นที่มาของปัญหาดังเช่นทุกวันนี้

ตราบใดที่รัฐผู้หลักผู้ใหญ่ยังมุ่งเอาแต่ผลประโยชน์ส่วนตน หาเงินเข้าพรรค รักแต่ญาติมิตรพี่น้อง เพื่อนพ้องของตน ไม่มองทุกคนในฐานะคนไทย ในฐานะของคนเหมือนกัน ที่ต้องเชื่อมโยงสัมพันธ์ด้วยความรักความสามัคคี ปัญหาที่พระอาจารย์อยากแก้ไขจะไม่มีทางสำเร็จได้เลย

เราปล่อยให้การศึกษาเป็นธุรกิจ การเมืองเป็นธุรกิจ มานานเกินไป ครับ