ขอขอบคุณอาจารย์รวิวรรณ และท่านผู้อ่านทุกท่าน

  • ขอขอบพระคุณมากสำหรับคำถามที่โดดเด่นมาก
  • คุณสมบัติของถั่วเปลือกแข็ง (nut) ที่นักโภชนาการแนะนำให้กินวันละ 1 กำมือคล้ายกับถั่วเพียงชนิดเดียวคือ "ถั่วลิสง" อย่างที่อาจารย์ตั้งข้อสังเกตไว้ทีเดียว

นั่นคือ...

  • (1). ไขมันอิ่มตัวต่ำ
  • (2). มีเส้นใย(ไฟเบอร์) + โปรตีนพอประมาณ
  • (3). มีน้ำมันชนิดดีมากหรือ ไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (monounsaturated fatty acids / MUFA) สูง... ไขมันชนิดนี้ลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และมีแนวโน้มจะเพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL)

น้ำมันจากถั่วเปลือกแข็งและถั่วลิสง...

  • น้ำมันจากถั่วเปลือกแข็งและถั่วลิสงต่างจากน้ำมันพืช เช่น ถั่วเหลือง ทานตะวัน ฯลฯ

น้ำมันพืชทั่วไป...

  • (1). มีไขมันชนิดดีมาก หรือไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (MUFA) สูง ไขมันชนิดนี้ดีกับโคเลสเตอรอล
  • (2). มีไขมันชนิดดีปานกลาง หรือไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (polyunsaturated fatty acid / PUFA) ค่อนไปทางต่ำ ไขมันชนิดนี้ลดโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ด้วย ลดโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ด้วย และเกิดสารก่อมะเร็งได้ง่าย เมื่อทอด ผัดด้วยความร้อนสูง (เนื่องจากโมเลกุลไม่ค่อยเสถียร ไม่แข็งแรง หรือมี stability ต่ำ)

คนพม่า:

  • คนในเอเชียที่นิยมกินน้ำมันถั่วลิสงมากที่สุดคือ คนพม่า
  • ท่านพระอาจารย์อาคมจากจันทบุรีที่ไปศึกษาในมัณฑเลย์ และมาลัมยายเล่าว่า คนพม่าในชนบทยังคงหีบถั่วลิสง เพื่อนำน้ำมันไปใช้ โดยไม่ใช้ความร้อน (cold compression) ซึ่งเป็นระบบที่ใช้คล้ายกับการสกัดน้ำมันมะกอกแบบแพง (extra virgin)

น้ำมันรำข้าว...

  • มีคุณสมบัติดีรองลงไป แพ้น้ำมันถั่วลิสงนิดหน่อยในแง่ชนิดของน้ำมัน (MUFA)
  • น้ำมันรำข้าวหีบแบบไม่ใช้ความร้อนมีจำหน่ายที่เซ็นทรัล ขวดละ 80+ บาท (ขวดลิตร)

ที่มา: