ชีวิตฉันไม่เหมือนเรื่องราวข้างบน ต้องทนทุกข์เป็นที่ระบายอารมณ์ของเขาตลอด ทุก3-5 วัน เมื่อดิ่มสุรา ใช้ถ้อยคำผรุสาวาท
เกรี้ยวกราด เถียงหรือต่อว่าไม่ได้ ดูกูก มึงเมียไอ้..... ไปหาผัวเก่ามึงสิ มึงรอมันอยู่ไม่ใช้หรอ ด่าทอเรา ไม่เคารพแม่ของเรา ปิดประตูเสียงดังเมื่อเข้าบ้าน เพราะต้องการให้แม่เราตื่น ตะคอกแม่เราบางคราว ข่มขู่จิตใจเรา และลูก ใช้ปืนขู่ฆ่า พอหายเมามาจะพยายามพูดดีกับเรา พอเราไม่หายโกรธเพราะสมมานาน ก็พาลมีน้ำโหอีก เป็นอย่างนี้ ๖-๗ ปีแล้ว เมื่อก่อนอาจมีผู้หญิงด้วย แต่เราไม่เคยสนใจ พอถามก็ขู่ว่า อยู่ได้ก็อยู่อยู่ไม่ได้ก็จะไป เพราะบ้านนี้ไม่กลัวใครอยู่แล้ว เถียงเราไม่ได้ก็ชักปืนจี้เรา เราทนเพื่ออะไร
ก็ลูกเท่านั้น ด้านการทำงาน พูดจาไม่ดีกับคนอื่นเช่นกัน และจะบอกว่ากูไม่กลัว ไม่ใช่โครตตระกูลกูสักคน ในสายงานของเราก็คอยจะรังควาน โทรไปด่าเราเมื่อเราต้องมีงานเลี้ยง ตระกูลพ่อมึงอยู่ที่นั้นเหรอ ขนาดเราพาลูกไปด้วยยังไม่ไว้ใจ ด่าและขู่จะเอาปืนไปยิงเราในงาน ถ้าไม่กลับ เราก็มีอายุรองจากผู้บริหาร นอกนั้นเป็นน้อง ๆหมด เขาให้เกียรติเราทุกคน แต่เราเจอพฤติกรรมสามีอย่างนี้ จะให้ระลึกถึงความดีคงไม่สามารถทำได้ เขาลูกติด เราก็ให้โอกาส มีลูกกับเรา ๒ คน คนโตเข้าใจแล้วและเห็นว่าแม่โดนทำร้ายจิตใจ ก็เข้าใจแม่อยู่ อายุ ๑๒ ปี คนเล็ก อายุ ๔ ขวบกว่า เห็นพ่อบีบคอแม่ ด่าประจานภรรยาตนเอง สงสารลูกและสงสารตัวเองที่ต้องเจอคนแบบนี้ ต้องหันมารักตัวเองแล้วใช่ไหม เพราะทุกวันนี้ใจไม่เหลือแล้ว ทนมามากพอแล้ว ไม่อยากทน เรามีอาชีพเลี้ยงตัวเองได้และ เขารักเราแต่ไม่เคยให้เกียรติ ทำกับเราเหมือนทาส เขารักตัวเองต่างหากเพราะเขารู้ว่าเราไปไหนไม่ได้เพราะเรารักลูกและให้ความสำคัญกับความรู้สึกของลูก ถึงเป็นแบบนี้ แต่มันสะสม มันเกินทนแล้ว ช่วยให้แนวคิดทีนะคะ ขอบคุณ