สวัสดีครับ..คุณครูหยุย ด้วยความเคารพ
.....
กระผมเฝ้าอ่านเรื่องราวความตั้งใจดีของคุณครูในบทความที่ได้นำเสนอ และคิดว่าเป็นจริง เป็นดีได้ เพราะคุณครูเป็นบุคคลใจดี มีความตั้งใจจริง แต่สิ่งหนึ่งที่กระผมมีความประสงค์ที่จะอยากนำเสนอถึงเรื่องปัญหาเด็กที่ว่าด้วย ออกจากโรงเรียนกลางคัน ซึ่งตรงเรื่องนี้ กระผมก็ได้มีปัญหาและประสพตรงกับเด็กนักกีฬาที่เล่นกีฬาอยู่ กระผมอยากจะสื่อตรงนี้ว่า ...ควรจะมองพื้นฐานของเด็กคนคนนี้ (ที่ออกจากโรงเรียนกลางคัน) เพราะปัญหาจริงแล้ว เราไม่ได้มองที่เด็กเป็นสำคัญ เรากลับมองที่นโยบายทางด้านการวางแผนการศึกษา เรามองว่า เด็กน่าจะเรียนได้ เด็กน่าจะศึกษาได้ เด็กบางคน พื้นฐานทางด้านการศึกษาไม่มีเลย แต่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเรียน เพื่อให้เข้าหรือจบชั้นบังคับ เมื่อพบว่าอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ไม่รักเรียน กลับเหมือนไปสร้างภาระให้สถานศึกษาเพิ่มขึ้นไปอีก
กระผมขอเสนอแนะว่าเราน่าจะพิจารณาความสามารถทางด้านอื่นเป็นเชิงบวก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของเด็กที่อยู่บ้านกระผมสองคน และเด็กที่หนีเรียนด้วยทุกคน คนหนึ่ง คุณครูบอกว่า ถ้าเธอเรียนไปก็ไม่จบ เพราะอะไร เพราะเขาไม่เข้าไปเรียน เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปอยู่ที่ใต้สะพาน กระผมชวนให้เขามาแข่งจักรยาน ชวนให้เขามาทำความดี และความสามารถที่เขาทำ คือการได้ผลในเชิงบวก แต่เมื่อกลับไปโรงเรียน เมื่อไปอยู่ในสถานศึกษา เขาพบว่า เขาไม่สามารถอยู่ ณ ที่นั้นได้ เพราะเขาไม่สามารถตามเรื่องเรียนได้ เขาไม่รู้เรื่องเลย และสิ่งสำคัญ เหมือนเขาเป็นอะไรที่เมื่ออยู่ไป จะทำให้โรงเรียนเดือดร้อน จะทำให้เสียชื่อเสียงในสายตาคนอื่น เมื่อเขาไม่รักเรียน ผนวกกับโรงเรียนกลัวเสียชื่อเสียงว่ามีเด็กเรียนไม่ดีอยู่ มีเด็กไม่รักดีอยู่ มีเด็กเกเร นี้จึงเป็นปัญหาอย่างใหญ่ยิ่ง สำหรับเด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคัน
......
เด็กคนนี้อยู่กับกระผมที่บ้านจักรยานหลังนี้ กินนอนซ้อมจักรยานอยู่ที่นี้ ทุก ๆ วัน เขาออกไปซ้อมจักรยาน เสี่ยงภัยเสี่ยงชีวิตบนท้องถนน กระผมได้พยายามสื่อสารในเรื่องการดำรงชีวิต ต่อไปจะเป็นการหาอาชีพรองรับให้กับเด็กโดยตรง ด้วยการให้เรียนเรื่องงานช่าง เมื่อเลิกเล่นจักรยาน จะได้สร้างงานให้ตนเองได้ และให้เขาเลือกไปเรียน กศน. แทน ซึ่งต้องขอขอบพระคุณมากครับ ที่มี กศน. มารองรับทางด้านการศึกษา
....
ปัญหาที่สำคัญที่กระผมกำลังจะเรียนบอกกล่าวนี้ มิใช่อยู่ที่เด็กด้วยประการหนึ่งว่า เป็นเพราะเขาไม่ดีถึงออกจากโรงเรียนกลางคัน ถ้ากระผมเป็นคุรุ เป็นครู กระผมจะไม่ปล่อยให้เขาออกไปกลางคัน จะพยายามนำเขาไปเรียนให้ได้ เขาอาจจะอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกเลย แน่นอนเขาไม่สามารถที่จะคิดเลขได้อย่างเด็กอื่นโดยทั่วไป แต่เราก็น่าจะช่วยเขาให้ได้รับการศึกษา ด้วยการศึกษาที่เหมาะสม การศึกษาที่เหมาะสม ไม่จำเป็นจะต้องว่าไปตามเกณท์ในระดับชั้น การศึกษาที่เหมาะสมคือมีความเหมาะสมกับเด็กคนนี้ กลุ่มนี้ เป็นต้นว่า เมื่อเราดึงเด็กที่อยู่ใต้สะพานลอยมาให้เขาทำกิจกรรม กวาดพื้นโรงเรียน กวาดถนน เก็บไบไม้ใบหญ้า ตกแต่งทาสีโรเงรียน เป็น รปภ. ให้นักเรียน ตรงนี้ก็เป็นการศึกษา เพราะเมื่อมีการวางรากฐานทางด้านการคิดที่ดี ปลูกฝังเรื่องที่เป็นการดำรงชีวิต ชีวิตเขาจะไม่ขาดการศึกษา เพราะการศึกษาเดินทางคู่ไปกับชีวิต........
.......
กระผมอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกเลย แต่กระผมก็สามารถอ่านได้ เพราะมีความตั้งใจที่จะศึกษา ในช่วงเรียน กระผมสอบเลขไม่ผ่าน แต่วันนี้ ก็สามารถทำได้ เพราะกระผมมีครูใจดี ได้คอยมาตามที่บ้าน บอกว่าให้ไปโรงเรียน มาตามทุกวัน จนกระผมเกิดความเกรงใจคุณครูมาก อ่านไม่ออกก็อยากไปโรงเรียน ที่ไปโรงเรียนเพราะมีครูคอยให้กระผมทาสีขอบรั้ว มีครูคอยบอกว่า เธอทำสิ่งนั้นได้นะ ทำสิ่งนี้ได้นะ....มันทำให้กระผมอยากไปโรงเรียน และการที่ครูคอยสร้างพลังใจให้ กระผมสำนึกได้ว่า เป็นการสร้างความพยายามให้เกิดขึ้นกับจิตใจของเด็กอย่างแท้จริง นี้คือสิ่งที่กระผมประสพพบความจริง......
.
.การศึกษาเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก สามารถทำให้ชีวิตเรามีสติปัญญาได้ด้วยการศึกษา มีความรู้ได้ด้วยการศึกษา กระผมพบว่า การศึกษาที่เหมาะสมกับตัวกระผม คือการที่กระผมรู้ได้ในความพอดีกับสิ่งที่ตนเองมีความสามารถที่จะรู้ กระผมไม่สามารถที่จะเดินทางไปดวงดาวได้ดั่งนักวิทยาศาสตร์ แต่กระผมก็ไม่จำเป็นจะต้องไปเรียนรู้อย่างนักวิทยาศาสตร์ สิ่งที่กระผมช่วยได้คือเสียภาษีให้ประเทศชาติ พัฒนาระบบวิทยาศาสตร์ เช่นเดียวกัน เด็กที่ทาสีโรงเรียนอยู่นั้น ก็สามารถช่วยโรงเรียนได้ ช่วยเพื่อนได้ เพราะเพื่อนที่กำลังเรียนอยู่ในชั้น จะไปเป็นนักวิทยาศาสตร์แทนเขา เด็กที่กำลังกวาดถนนในโรงเรียนอยู่ เขาก็สามารถช่วยเพื่อนที่เรียนอยู่ได้ เพราะเพื่อนกำลังไปเรียนเป็นครู เป็นตำรวจ เป็นทหาร เป็นหมอ แต่เขาช่วยได้ แม้เขาไม่เป็นอะไรเลย เพราะเขาได้ช่วยเป็นประชาชนที่ดีงามของประเทศชาติ
......
กระผมมีความคิดเห็นเช่นนี้ ว่า ชีวิตเราต่างมีความสัมพันธ์กัน การศึกษามิใช่การแบ่งแยกชีวิต เมื่อการศึกษาไม่แบ่งแยกชีวิต ทุกชีวิตจะสัมพันธ์กันด้วยความดี ด้วยหน้าที่พลเมืองที่ดีงามขอรับ...
......
กระผมขอเสนอแนวความคิดไว้ในมุมมองที่ได้ไปตามเด็กใต้สะพานลอย...... และวันนี้ เวลานี้ เด็กชายสองคนนี้ กำลังออกซ้อมจักรยานทางไกลเป็นระยะทางร่วม 200 กิโลเมตร เส้นทางสายเขื่อนแควน้อย พิษณุโลก เพื่อเตรียมตัวไปแข่งจักรยานชิงแชมป์ประเทศไทย ในเดือนหน้า และกระผมจะขอทำรายงานสรุปให้ท่านชมเรื่องราวของเด็กคนนี้ ในการแข่งขันจักรยาน.....
.......
เพราะอะไรนะหรือ เพราะเด็กคนนี้ ออกจากโรงเรียนกลางคัน ตอน ม.2 ครับ
ด้วยความเคารพขอรับคุณครู กระผมขอนำเสนอเรื่องแนวความคิดตรงนี้ ไว้ให้พิจารณาอีกหนึ่งแนวความคิดครับ และความคิดตรงนี้ คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงครับ ขอบพระคุณมากครับ
....
ด้วยความเคารพ
เนิ่ม ชมภูศรี