อ.มาโนช ครับ

ประเด็นเรื่องความแตกต่างของเอกชนกับรัฐน่าสนใจมากครับ ไม่ใช่เฉพาะ "อย่างไรบ้าง" แต่เป็น "ทำไม" จึงได้แตกต่างกันแบบนั้น

ถ้ามองตื้นๆก็อาจจะเป็นเพราะทำแบบนั้นที่เอกชนแล้วเราได้เงินตอบแทน (หรืออีกนัยหนึ่ง ถ้าไม่ทำ เราอาจจะถูกเชิญออก) เป็นแบบ quip pro quo ยื่นหมูยื่นแมวกัน แต่จริงๆใน รพ.ของรัฐเอง ก็มี บุคลากรบางคน ที่สามารถให้การบริการแบบเอกชนได้ ซึ่งนี้เป็นประเด็นสำคัญ

คือ ต้องทำอย่างไร จึงจะมี practice แบบที่ว่าได้ใน รพ.ของรัฐ?

ความเห็นใจ เข้าใจ นั้นดูเหมือนเป็นเส้นผมบังภูเขา แต่ในบริบทปัจจุบัน ดูเหมือนว่าปัจจัยเสริมในการเข้าใจ มันน้อยลงๆไปเรื่อยๆ

ดูเหมือนว่าการ set ความคาดหวังนั้นอาจจะไม่ดีเสมอไป เพราะความคาดหวังที่เป็นตัวมากับความผิดหวัง (expectation vs disappointment) ซึ่งผมคิดว่าไม่เหมือนกับตอนเรามี ความหวัง (Hope) ที่เป็นเรื่องที่ดี บริสุทธิ์ อันนี้อาจจะเป็นความรู้สึกส่วนตัวของผมเอง แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะแก้ปัญหาโดยการปรับความคาดหวังของคนไข้ให้หวังอะไรน้อยๆหน่อยจาก รพ.รัฐนะครับ ผมคิดว่าเราน่าจะยังพอมีทางที่ empower คนงานของรัฐให้มี พลังแบบเอกชน ได้บ้าง