เรียน อาจารย์จิระที่เคารพ
"Leading Outside the Lines"
ตลอดสามปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่จัดตั้งธนาคาร ไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารและพนักงานธนาคารได้ร่วมกันนำพาธนาคารให้มีความเจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ ภายใต้ข้อจำกัดทั้งในเรื่องของกฎเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่จำกัดกลุ่มลูกค้าที่สามารถรับบริการธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย รวมทั้งจำกัดวงเงินสำหรับลูกค้าที่เป็นรายย่อยและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยที่กฎกติกาอื่นยังต้องบังคับใช้เหมือนกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป นอกจากนี้ในสภาพการแข่งขันทางธุรกิจ ธนาคาร ไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ซึ่งมีขนาดสินทรัพย์ที่เล็กมากๆ เมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อยด้วยกันและกับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ จึงไม่อาจที่จะเข้าไปแข่งขันในตลาดการเงินได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามภายใต้ข้อจำกัดและสภาวะการแข่งขันที่มีอุปสรรค ผุ้บริหารและพนักงานธนาคารก็ได้ร่วมกันสร้างธนาคารให้เติบโตขึ้นมาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ จากภาพของธนาคารที่แทบจะมองไม่เห็นว่าธนาคารจะเดินไปทางใด รูปแบบของธนาคารจะเป็นอย่างไร ความเป็นตัวตนของธนาคารจะมีลักษณะเช่นไร แต่ภาพที่แทบจะมองไม่เห็นนั้นก็ค่อยๆ ชัดเจนมากขึ้น จนย่างเข้าปีที่สี่ เราเห็นภาพความเป็นตัวตนของธนาคารชัดเจนมากขึ้นเหมือนภาพของสาวสวยที่ยืนบนกองเงิน
รู้จักความเป็นตัวตนของธนาคารกันหรือยัง
การสร้างอนาคตที่ดีให้กับตนเองจะเป็นเรื่องที่ยากมาก หากคนนั้นไม่รู้ว่าตนเองเป็นอย่างไร มีความสามารถแบบไหน เช่นเดียวกัน หากผู้บริหารและพนักงานไม่รู้ความเป็นตัวตนของธนาคาร ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะสร้างความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยื่นให้กับธนาคาร เหมือนกับที่ท่านประธานกรรมการธนาคารได้อวยพรให้ผู้บริหารในวันเปิดธนาคารว่า “ขอให้ประสบความสำเร็จในการทำให้ธนาคารเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
ตลอดสามปีที่ผ่านมา เราได้ทำในสิ่งที่ธนาคารอื่นไม่กล้าทำ เรามีสินเชื่อที่มีทองคำเป็นหลักประกัน เรามีสินเชื่อเช่าซื้อที่ผ่อนชำระแบบลดต้นลดดอก เรามีสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับคนที่ขาดโอกาสเข้าถึงสถาบันการเงิน เพราะเหตุว่าขาดเอกสารแสดงรายได้ หรือเคยมีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดี ขณะที่เราสร้าง Product Program เหล่านี้ เชื่อว่าหลายคนไม่มั่นใจว่าเราจะทำได้ แต่ที่สุดเราก็สามารถทำได้จริงๆ และเราก็จะทำในสิ่งที่ธนาคารอื่นไม่ทำอีกต่อไป
เราเห็นความเป็นตัวตนของธนาคารแล้วหรือยัง ? สิ่งที่เห็นได้ในความเป็นตัวตนของธนาคารคือ “เราเป็นธนาคารที่เน้นความแตกต่างในผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ขาดโอกาสเข้าถึงสถาบันการเงิน” เพราะฉะนั้นทั้งผู้บริหารทุกระดับและพนักงานต้องเข้าใจในความเป็นตัวตนของธนาคาร เพื่อที่จะได้เห็นเป็นอย่างเดียวกัน และสามารถกำหนดทิศทางและเป้าหมายไปในทางเดียวกัน
ร่วมกันสร้าง ช่วยกันทำ ( Strategic Planning)
การกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ของธนาคาร รวมทั้งการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการให้มีความแตกต่างของธนาคารเกิดจากความคิดและความฝัน ภายใต้ข้อมูลและงานวิจัยโดยมี Product Owner ซึ่งเป็น Formal Organization เป็นผู้รับผิดชอบหลักและมีผู้ที่เกี่ยวข้องในลักษณะที่เป็น Informal Organization เข้าร่วมกันคิด ร่วมกันทำ โดยจัดตั้งเป็นคณะทำงาน PMO ซึ่งแบ่งงานกันทำภายใต้กรอบเวลาที่กำหนดร่วมกัน
วัฒนธรรมองค์กร (Culture Organization)
คุณลักษณะของพนักงานธนาคาร ไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ที่เห็นเด่นชัดคือ การทุ่มเทแรงกายและแรงใจให้กับการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งการให้การช่วยหลือซึ่งกันและกันทั้งในงานของธนาคาร แม้แต่งานสังสรรค์รื่นเริง จะเห็นความร่วมมือร่วมใจกันของพนักงานกันอย่างเต็มที่ ทุกคนมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ในฐานะที่เป็นผู้นำจึงต้องให้ความสำคัญและรักษาไว้ให้เป็น Core Value ของธนาคาร
คุณลักษณะอีกอย่างหนึ่งที่เห็น คือ การอยู่ร่วมกันอย่างพี่น้อง แลเอาใจใส่กันไม่ว่าจะเป็นพนักงานในสายงาน หรือนอกสายงาน การทำหน้าที่ของผู้นำในการให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ มีให้เห็นอย่างสม่ำเสมอในธนาคาร แม้แต่ในวงสังสรรค์ก็ไม่พ้นที่จะปรึกษาเรื่องงาน ในฐานะผู้นำจึงต้องทำหน้าที่ในการ Walk the talk และ Walking around เพื่อรับฟังปัญหา ให้คำแนะนำสำหรับพนักงานของธนาคาร
การเป็นผู้นำในองค์กร ( Leadership)
การกำหนดบทบาทของตนเองในฐานะเป็นผู้นำที่ต้องเข้าใจหน้าที่และความรับผิดชอบทั้งที่เป็น Formal และ Informal ภายใต้การพัฒนาความรู้ให้กับตนเองและพนักงานของธนาคารอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่จำเป็นต้องมีในบทบาทของการเป็นผู้นำในธนาคาร คือ
1. การรู้จักตัวตนของธนาคาร เห็นเป็นอย่างเดียวกัน คิดไปในทางเดียวกัน มีเป้าหมายเดียวกัน ต้องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบรรลุเป้าหมายร่วมกันไม่ใช่เฉพาะเป้าหมายใน Formal Organization
2. การจัดการปัญหา
การเป็นผู้นำในองค์กรจะต้องทำหน้าที่ในการช่วยแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในธนาคาร ไม่ว่าปัญหานั้นจะเกิดขึ้นในสายงานที่รับผิดชอบหรือไม่ก็ตาม และถือเป็นความผิดพลาดอย่างยิ่ง หากผู้นำในธนาคารเห็นปัญหาแล้วไม่ช่วยกันแก้ไข แต่ทั้งนี้ปัญหาต้องไม่ใช่เกิดจากการคาดเดาด้วยความกลัวว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ และผู้นำต้องกล้าที่จะรับผิดชอบหากพนักงานปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด และต้องกล้าที่จะจัดการอย่างเด็ดขาดหากมีการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
3. การดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน
ถือเป็นความโชคดีของธนาคารที่ผู้บริหารและพนักงานที่ทำงานร่วมกันและอยู่ร่วมกันอย่างพี่อย่างน้อง ผู้บริหารไม่ถือตัวถือตน และเปิดโอกาสเสมอในการให้พนักงานได้พูดคุย ขอคำแนะนำ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว การดูแลเอาใจใส่พนักงานจึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญของผู้นำที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานในการปฏิบัติงาน
การบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ สิ่งที่ต้องการเห็น และต้องการให้เป็น คือ ให้ผู้บริหารทุกคนของธนาคารในฐานะที่เป็นผู้นำรวมใจเป็นหนึ่งเดียว เกี่ยวแขนกันแล้วเดินไปพร้อมกัน ในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสายงานใด เราจะช่วยกันสร้าง ช่วยกันทำ เพื่อให้ธนาคารเจริญก้าวหน้ามั่นคงและยั่งยืน เช่นกับที่ท่านประธานได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2550