เรียน อาจารย์จิระที่เคารพ
จากโจทย์ที่ได้รับมา ว่าสามารถนำประเด็นในหนังสือข้อใดบ้างมาปรับใช้กับ TCRB นั้น
ก่อนอื่น ผมมองว่า ธนาคารต้องหาลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มที่มีความเป็นไปได้ให้เจอเสียก่อน และทำการสำรวจและเข้าใจความต้องการ ตัวตน ลักษณะพื้นฐานต่างๆ ของเป้าหมายนั้นๆให้ชัดเจนมากที่สุด หรือในทางกลับกัน ธนาคารพบความต้องการในผลิตภัณฑ์และบริการบางประเภท ก็ต้องทำการสำรวจปริมาณและความเป็นไปได้ของกลุ่มนั้นๆ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้อย่างตรงประเด็น กระชับ และไม่ซับซ้อน ในความเสี่ยงที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้านั้นๆ (ทั้งอัตราดอกเบี้ย กระบวนการพิจารณาและอนุมัติสินเชื่อ และการติดตามการชำระสินเชื่อที่มีประสิทธิภาพ)
มาถึงตรงนี้ เราจะพบว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สามารถริเริ่มได้จากทุกแหล่งข้อมูล ทั้งแหล่งข้อมูลจากภายในที่มีการเก็บข้อมูลทางสถิติอยู่แล้ว และการได้รับข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ เช่น จากเจ้าหน้าที่การตลาดและCall Center ทั้งนี้ ขบวนการในการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนใหญ่ของธนาคารในขณะนี้ ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานร่วมกันในลักษณะ Cross Functional Team อยู่แล้ว ซึงผสมผสานการนำข้อมูลบางส่วนมีเป็นข้อมูลทางหลักสถิติและต้นทุน รวมทั้งกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย กับความเห็นและข้อมูลจากฝ่ายการตลาด เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นโดยมีผลตอบแทนที่ธนาคารได้รับเหมาะสมกับความเสี่ยงของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของธนาคาร
นอกจากนี้ การปรับปรุงกระบวนการทำงานภายใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณา การวิเคราะห์ เอกสารประกอบการพิจารณา การอนุมัติ ขั้นตอนนิติกรรมสัญญา ฯลฯ ต้องเหมาะสมกับผลิตภัณฑ์สินเชื่อแต่ละประเภท และไม่ซับซ้อน ลดขั้นตอนการย้อนกลับไปมาของกระบวนการทำงาน ซึ่งในขณะนี้ ธนาคารก็กำลังทำงานในลักษณะ Cross Functional Team อยู่แล้ว
โดยทั้ง 2 กรณีข้างต้นมีลักษณะการทำงานทั้ง Formal และ Informal ควบคู่กันไป ทั้งนี้ ผมเห็นว่า ธนาคารจำเป็นต้องส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันแบบ Informal ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัว และรวดเร็ว และมีการถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในการทำงานต่อผู้ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ซึ่งน่าจะเหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่ธนาคารต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เข้ากับการแข่งขันได้อย่างรวดเร็ว
สรุป
Cross Functional Team แบบ Informal ช่วยให้องค์กร Dynamic มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่มีขนาดเล็กเหมือน TCRB การทำงานร่วมกันแบบ Informal จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมในการทำงาน มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างตัวบุคคลมากยิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดสังคมและวัฒนธรรมการทำงานที่เป็น Unique และหากนำมาใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยนำพาธนาคารไปสู่การทำงานที่มีความคล่องตัว และสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในสถานการณ์ที่มีการแข่งขันสูง และความเป็นเอกลักษณ์ในแบบของ TCRB จะสามารถนำเสนอความเป็นตัวตนต่อสาธารณะได้อย่างชัดเจน เพราะทุกส่วนงานได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาไปพร้อมๆกัน
ด้วยความคารพและนับถือ
ขจิตภูมิ สุดศก