เรียนคุณครูหยุยครับ ผมดีใจมาก ที่พบคุณครูด้วยความบังเอิญ ด้วยหัวข้อที่คุณครูตั้งไว้เป็นประเด็นที่ผมสนใจ ในเรื่องนี้ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมคือ กระทรวงสาธารณะสุข ได้เห็นความสำคัญเช่นเดียวกับที่คุณครูเห็น จากผลงานการวิจัยและสถิติของโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ โดยสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค พบว่า เด็กไทยตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 15 ปี มีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการจมน้ำมากที่สุด ปีละประมาณ 1,500 คน (เฉลี่ยวันละ 4 คน) มากเป็น 2 เท่าของอุบัติเหตุทางการจราจร และมากกว่าการเสียชีวิตจากไข้เลือดออกหลายเท่าตัว จึงหาทางป้องกันโดยทำการศึกษาหลักสูตรว่ายน้ำ 2 หลักสูตรเปรียบเทียบ ระหว่าง หลักสูตร การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด "Survival Swimming Curriculum" ของ สมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ Thai Life Saving Society (TLSS ) กับ หลักสูตรการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด ของ สถาบันการศึกษาทางพลศึกษาแห่งหนึ่ง โดยต่างคนต่างสอนตามหลักสูตรของตัวเอง และไม่ทราบว่าจะมีการเปรียบเทียบผลของหลักสูตร ผลการทดสอบกับเด็กๆ ผู้เรียน โดยกำหนดเป็น 3 หัวข้อคือ 1. ทักษะว่ายน้ำ 2. ทักษะเอาตัวรอด และ 3. ทักษะการช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำ ผลพบว่า

หลักสูตร การว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด "Survival Swimming Curriculum" ของ สมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ Thai Life Saving Society ( TLSS ) ทักษะว่ายน้ำ ได้ 60% ทักษะเอาตัวรอด ได้ 75% และ ทักษะการช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำ ได้ 75 %

สถาบันการศึกษาทางพลศึกษาแห่งหนึ่ง ทักษะว่ายน้ำ ได้ 75% ทักษะเอาตัวรอด ได้ 20% และ ทักษะการช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำ ได้ 20 %

เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการลดการจมน้ำเสียชีวิต และการบาดเจ็บของเด็ก สำนักโรคไม่ติดต่อจึงได้ร่วมกับผู้เชียวชาญการสอนว่ายน้ำหลายหน่วยงานและ สมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากองค์การอนามันโลก จัดทำหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด "Survival Swimming Curriculum" ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป หรือบุคคลที่ไม่เคยเรียนหลัดสูตรนี้มาก่อน โดยใช้หลักสูตรที่มีอยู่ของ สมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ เป็นพื้นฐานและคู่มือการสอน ( Handbook ) เพื่อช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยมีเนื้อหา แบ่งเป็น 3 หน่วยการเรียน คือ 1. ความรู้ความปลอดภัยทางน้ำ ( Water Safety Knowledge ) 2. การเอาชีวิตรอดและพื้นฐานการว่ายน้ำ ( Swim and Survive ) 3. การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ( Water Rescue )

ปัจจุบันทีมวิทยากรจากสมาคมเพื่อช่วยชีวิตทางน้ำ ได้เดินสายให้ความรู้เรื่องนี้แก่โรงเรียน หน่วยงานราชการ และเอกชนที่สนใจ มีความพยายามผลักดันเรื่องนี้เข้ากระทรวงศึกษาธิการ ครับ และผมคิดว่าเด็กนอกระบบโรงเรียนก็น่ามีโอกาส อย่างไรก็ตามต้องฝากคุณครูช่วยผลักดันอีกแรงครับ