พอดีว่า พี่สาวจากสงขลาโทรมาขอความเห็นเรื่องความรู้คืออะไร เลยทำให้ได้เข้ามาทบทวนอ่านข้อเขียนเรื่องนี้อีกครั้ง ก็ต้องยอมรับกันตามตรงว่าข้อเขียนนี้เป็นการริวิวหนังสือที่ได้อ่านและพานพบในห้วงที่เริ่งเรียนใหม่ ๆ ถ้าถามตอนนี้ว่าความรู้คืออะไร ก็คงต้องบอกว่าสำหรับผมแล้วความรู้คือผลผลิตของอำนาจ เพราะความรู้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาจาก ผู้มีอำนาจ ในการกำหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ว่าอะไรเป็นสิ่งที่ควรรู้อะไรเป็นสิ่งที่ไม่ควรรู้ ขอบเขตของความรู้จึงถูกขีดกั้นไว้จากพลังของอำนาจ จนทำให้หลายอย่างเป็นความรู้ หลายอย่างไม่เป็นความรู้ ทั้งที่บางอย่างไม่ควรจะเป็นความรู้กลับเป้นความรู้บางอย่างควรเป็นความรู้กลับไม่ใช่ความรู้ ผมอยากยกตัวอย่างง่าย ๆ เรื่องน้ำพริกเข้าตา ตอนเด็ก ๆ ผมจะช่วยยายช่วยแม่ตำน้ำพริกแกงอยู่ประจำ มีครั้งหนึ่งน้ำพริกกระเด็นเข้าตาเป็นก้อน ๆ ปวดแสบร้อนอย่างหนัก ล้างตาด้วยน้ำเป้นโอ่ง ๆ ก็ไม่หาย แม่จึงบอกให้กลั้นใจเอาน้ำราดไปบนหัวแม่โป้งตีน ข้างที่น้ำพริกเข้าตา ปรากฏว่า หายแสบเป็นปลิดทิ้ง แล้วผมก็ใช้เคล็ดลับนี้มาตลอดเมื่อพริกเข้าตา หรือเอามือที่เปื้อนน้ำพริกไปขยี้ตา และก็หายทันใจทุกครั้ง ทั้งที่เรื่องนี้น่าจะเป็นความรู้ได้ แต่ไม่มีใครยอมรับว่ามันคือความรู้ เพราะอะไร เพราะในกรอบอำนาจของยุโมเดิร์น ความรู้ต้องเป็นที่ประจักษ์ ตามแนวทางของวิทยาศาสตร์ เท่านั้น นั่นก็หมายความว่าเราได้กีดกันความรู้นอกกรอบวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์ออกไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งใดที่พิสูจน์ไม่ได้ทางวิทยาศาสตร์จึงมิอาจเป็นความรู้ต่อไป

ดังนั้นเวลาผมเห้นคนเขียนบทความที่พยายามนิยามความรู้แบบเหมารวมโดยเอากรอบแบบโมเดิรืนมาพูดหรือแม้แต่พวกนักภูมิปัญญาที่ชอบเอาแนวคิดประจักษ์นิยมไปอธิบายระบบความรู้แบบภูมิปัญญาผมจึงเกิดอาการคัน ๆๆๆๆ อยากจะถกเถียงให้เกิดความงอกงามทางสติปัญญากันต่อไป

ก็อย่างที่ตอบพี่สาวนักวิชาการชาวสงขลาไปนั่นแหละว่า ปัจจุบันนักวิชาการไทยจำนวนไม่น้อยที่พยายามเอาศาสนะ ไปยัดลงกรอบศาสตระ อย่างทุลักทุเล เพื่อเอาความศรัทธาแบบศาสนะ ทำให้เป็นศาสตระ และมีเป้าหมายเพื่อธำรงรักษาระบอบทุนนิยมไว้นั่นเอง แท้จริงแล้วกรอบของศาสตระนั้นก้เพิ่งเริ่มก่อตัวชัดเจนภายหลังการค้นพบแรงโน้มถ่วงของ ไอแซค นิวตัน นี่เอง

ในทางปรัชญาฝ่ายญาณวิทยา เมื่อก่อนอาจถามว่าความรู้คืออะไร หรือเราจะรู้หรือเข้าถึงความรู้อย่างไร โดยการพยายามหาตำแหน่งแห่งที่สถิตของความรู้ และการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่ถูกรู้กับผู้รู้อย่างแยกขาด แต่หากเชื่ออย่างผม ว่าความรู้เป็นผลผลิตของอำนาจแล้วละก็ ในทางญาณวิทยาเราอาจต้องตั้งคำถามกันใหม่ว่า ความรู้เหล่านี้ถูกสร้างมาได้อย่างไร แล้วความรู้ที่ถูกสร้างมานี้มีเจตจำนงค์ที่อยู่เบื้องหลังอย่างไร ความรู้ที่ถูกสร้างนี้ไปรีดนาทาเร้นใครหรือไม่อย่างไร

ถ้าพูดกันอย่างเอาจริงเอาจังอีกสักหน่อย ความรู้ที่ถูกอำนาจใดสร้างขึ้นมาก็มีเจตน์จำนงค์เพื่อพิทักรักษาระบบของอำนาจนั้นอย่างยากที่จะปฏิเสธ แน่นอนว่าความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ไทย (ไทกินคน เพราะเป็นไท มีย. ยักษ์5555)ที่ละเลย เบียดขับ กดทับชนชาติ ชนเผ่า ชนกลุ่มน้อย ซึ่งไม่อาจครองอำนาจนำได้เท่าผู้สถาปนาอำนาจนำในแกนกลางของสังคมไทย ก็เป็นประวัติศาสตร์ เพื่อพิทักษ์รักาาอำนาจของคนกลุ่มนั้น

ถ้าตอบแบบฟันธง ความรู้คืออะไร ความรู้คือผลผลิตของอำนาจ ที่สร้างความรู้ขึ้นมาเพื่อรักษาอำนาจให้ดำรงอยู่ต่อไป ขีดเส้นใต้