มาแว้วฮะพี่
ก่อนอื่นผมเริ่มจากประเด็นที่ว่าประเทศไทยมีคนยากจนจริงหรือไม่ อันนี้ผมไม่ทราบจริงๆว่านิยามของความยากจนคืออย่างไรนะครับ แต่ถ้าเอาตัวเลข จีดีพีมา วัดผมก็ตอบไม่ได้เช่นกันเพราะผมตกเลข อิอิ ปัญหาคือไม่ใช่ว่าคนที่มีโทรศัพท์มือถือใช้หรือรถเครื่องขี่แล้วจะเป็นคนยากจนไม่ได้ครับ ปัหาคือเรื่องของการเข้าถึงปัจจัยการผลิตมากกว่า ผมยกตัวอย่างอย่างนี้เพราะไม่ได้หมายความว่าคนที่มีมือถือใช้จะไม่ใช่คนยากจนเสมอไป ย้อมมาดูเรื่องวัฒนธรรมในการสื่อสารก่อน ตัดเรื่องนี้ออกจากความยากจนก่อนนะครับ วัฒนธรรมในการใช้มือถือ ต้องยอมรับว่าเป็นวัฒนธรรมที่มาจากกระแสโลกาภิวัฒน์ ซึ่งรัฐไทยคงไม่อาจต้านทานกระแสนี้ได้ ปัญหาที่ต้องตอบคือทำไมคนถึงต้องการโทรศัพท์มือถือ ปัจจัยแรกความสะดวกครับในทุกภาคส่วนต้องมีการติดต่อกันไม่ว่าจะชาวนาหรือชาววนล้วนแต่ต้องการความสะดวกในการขายผลผลิต เพราะฉนั้นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุดมากกว่าการขับรถก็คือการโทรศัพท์ ดังนั้นเราปฏิเสธไม่ได้ว่าโทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนบางส่วนแก่เกษตรกร แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่จนนะครับ ผมย้ินมาจดเริ่มต้นเรื่องปัจจัยการผลิต ต้องถามนักเศรษฐศาสตร์โดยตรงว่า ณ ปัจจุบัน เกษตรกรที่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองนั้นมีประมานกี่เปอร์เซนต์ และคถามที่ต้องถามต่อคือ เพราะอะไรถึงไม่มีที่ดินทำกินของตนเอง ย้อนกลับมาสู่โจทย์เดิมครับกระแสโลกาภิวัฒน์(ผมไม่ได้หมายความว่าโลกาภิวัฒน์ไม่ดีนะครับ) แน่นเขาเหล่านั้นขายปัจจัยการผลิตของตนและลดฐานะตนเองากนายทุนน้อยไปสู่นักรับจ้าง หรืออาจอัพฐานะไปสู่นายทุนชั้นกลาง เพราะอะไรถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ครับ เพราะเป็นสันดารของมนุษย์น่ะครับ ที่ มีดีมานด์แบบอินฟินิตี้ ดังนั้นความยากจนในทัศนคติของผมจึงตามมา ยาก คือ ยากในการใช้ชีวิต จน คือหมดหนทาง ดังนั้นในประเทศไทยมีคนจนแน่นอนครับ
ประเด็นต่อมาเรื่องกฎหมาย เรื่องสหกรณ์ ผมยกตัวอย่างของ ชาร์ล ฟูริเยต์ เรื่องฟาลังสแตร์ ตอนนั้นและตอนนี้ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าครับ ไม่ใช่ว่าเรารับมาโดยไม่ดูบริบท แต่สิ่งที่เรารับมานั้นมันเป็นสิ่งที่เป็นสากล เพียงต่เราไม่อ่านคู่มือให้ละเอียดก่อนนำมาใช้เช่นกินพาราเพื่อแก้โรคกระเพาะอาหาร ดังนั้นปัญหาไม่ใช่ไม่ดูบริบทแต่เป็นที่ไม่อานคุ่มือมากกว่า
ประเด็นต่อมาเรื่องแนวทางในการพัฒนา ต้องอแกตัวก่อนว่าผมก็ไม่ได้บ้าคลั่งฝรั่งเศสหรือเยอรมันมาก แต่สิ่งที่แตกต่างกับเราคือ ประเด็นเรื่องรัฐสวัสดิการ ถามว่าทำไมเราถึงไปไม่ถึง คำตอบง่ายมากเลยครับเพราะเราไม่เคยเป็นประชาธิปไตย เพราะประชาธิปไตยคือระบบการปกครองที่ให้โอกาสคนที่จนที่สุดได้มีสิทะิเท่าเทียมกับคนที่รวยที่สุดในเรื่องการบริการสาธารณะ เพราะอะไรครับเพราะในประเทศไทย เรายังมีชนชั้นอภิสิทธิ์อยู่มากซึ่งผมจะไม่กล่าวพาดพิง ดูง่ายๆครับทำไมไม่มีการเก็บภาษีมรดก แะภาษีที่ดิน เพราะมนมีคนคอยขวางน่ะครับ ซึ่งผมจะไม่กล่าวต่อว่าใครคือแลนด์ลอร์ดในไทย ประเด็นที่ทำให้เรามาได้แค่ประชานิยมของทักษิณแต่ไปไม่ถึงรัฐสวัสดิการเพราะ เราไม่มีเงิน เราต้องปฏิรุประบบภาษีใหม่ในอัตราก้าวหน้าและรัฐต้องมีหน้าที่ในการเลี้ยงดูประชาชนของเขาเพราะเขาจ่ายภาษีในราคาแพง กรุณาอย่างเอาข้ออ้างของพวกขวาจัดมาอ้างในเรื่องคน กทม จ่ายภาษีมากแต่เงินไปลง ตจว มากครับ เพราะระบบ ฟาสิลิตี้ในกรุงเทพนั้นใช้งบมากกว่าเงินงบประมานในการพัฒนา ตจว เสียอีก ดันั้น ประเ็นนี้ผมมองว่าต้อมีการปฏิรุประบบภาษี
ประเด็นต่อมาเรื่องภาคประชาชน อันนี้ตอบยากที่สุดครับ ในประเทศเราไม่เคยมีแนวคิดเรื่องโซลิดาริเต้เลย ผมขอละไว้ก่อนนะครับ