ขออนุญาติเพิ่มเติมครับ รูปที่เห็นนั้นเมื่อเทียบกับ อีโปงที่บ้านผม อีโปงที่นี่เล็กมาก หัวเรือซึ่งเป็นส่วนโคนของต้นตาลนั้นเล็ก ที่บ้านผมเขาเอาแบบใหญ่มาทำ ใหญ่กว่าส่วนหางเรือ หรือส่วนปลายต้นตาลหลายเท่า จึงทำให้พายยาก บังคับยาก แต่มีความจุมาก เรือ อีโปงที่เห็นน่าที่จะพายได้ดีกว่า หรือบังคับได้ดีกว่าทางภาคกลางครับ เพราะรูปร่างเรียวกว่า ผมยืนยันว่ามีน้ำหนักมากครับ เวลาพายก็จะเคลื่อนที่ช้ามาก เพราะหนัก เขานิยม “ใช้ถ่อ” บังคับการเคลื่อนไหว ดังกล่าวแล้ว ความหนักและช้าในการเคลื่อนไหว จึงมีสำนวนภาคกลางเกิดขึ้นครับ คนใดที่ทำงานชักช้า ยืดยาด ไม่กระฉับกระเฉง ผู้ใหญ่จะดุด่าว่ากล่าวว่า “อืดอาดเหมือนอีโปงตาล” ก็จะกลายเป็นสิ่งที่เพื่อนๆเอาไปล้อเล่นกัน ครับ ช่วงหลังมีการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตมากขึ้น อีโปงถูกปลดระวาง ไม่ค่อยมีใครใช้ หรือปล่อยประละเลย จนหลายบ้านเอามา “ขึ้นคาน” จริงๆ แต่เป็นการเอามาใช้ปลูกพืชผักพื้นบ้านไปเสียแล้ว เช่น ปลูกสะระแหน่ พริก หรือพืชสวนครัวอื่นๆเอาไว้กินในครอบครัว แล้วก็ทนจริงๆ ใช้ปลูกนานหลายปีกว่าจะผุพังลงไป ชนบทภาคกลางยังพอเห็นบ้าง ทั้งเรืออีโปงและที่ปลูกสะระแหน่ ครับผม