โรคตัวชี้วัดนี่ ทำผมขนลุกขนพองมามากมายหลายครั้ง
ไม่ได้ว่าเป็นเรื่องไม่ดีนะครับ concept ดีมากๆ เพราะเราจะ manage ได้ รู้ว่าดีขึ้น อยู่กับที่ หรือล้มเหลว ขอเพียงแต่ตัวชี้วัดนี้มัน represent สิ่งที่เราต้องการวัดจริงๆเท่านั้น
การใช้ quantitative measurement นั้น ทำเอาเราหลงทางได้ง่ายๆ 100% ที่น่าจะแปลว่า excellence สุดยอดไร้เทียมทาน no room of improvement อีกแล้ว ปรากฏว่าไขกล่องเข้าไป กลวง!! คนประเมิน (หรือเจ้าของคุณภาพ) อาจจะเป็นงงไปเยอะเหมือนกัน
OK วัดกิจกรรมนั้น อย่างน้อยทีสุด ตัวเรา (และคนสั่ง) จะได้ทราบแน่ๆว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง กี่ครั้ง แต่นั่นน่าจะเป็นอย่างมากก็คือ performance indicator แต่ยังไม่ถึงกับเป็น key performance indicator คือยังไม่เป็น key นั้นเอง
เรื่องราวที่สำคัญหลายๆเรื่อง ต้องใช้ data และเป็น data ที่ดี มีการวางแผนเก็บ และครอบคลุมประเด็นที่เกี่ยวข้อง จึงจะเริ่มวางแผนได้ อย่าง น้อยที่สุด ก็คือได้ทำ SWOT analysis (เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ที่ผมคิดว่าถ้าทำดีๆแล้ว บอกอะไรได้เยอะ อย่างน้อยก็บอกว่าเรา "รู้จัก" องค์กรของเราดีแค่ไหน) มันจึงจะออกมาเป็นแผน เป็น strategic position ได้ และถ้าผู้เป็นเจ้าของโครงการ ได้ทำให้คนปฏิบัติเข้าใจในที่มาที่ไป และ SWOT analysis (ที่เป็น "ข้อมูลที่ดี" นะครับ) บางที ไม่ต้องบอกว่าควรทำอะไร คนปฏิบัติก็จะสามารถนำเสนอสิ่งที่เขา "ทำได้ในบริบทของเขา" มาให้ฟังได้ เขาจะได้มีส่วนร่วม ไม่ต้องนั่งฟัง เปิดหน่วยออกมา เปิดห้องพิเศษ แล้วก็นั่งตบยุง เพราะไม่ work (ผมเคยไปเยี่ยม รพ. แถวภาคใต้นี่แหละ มีขนาดเปิดเป็นตึกเลยนะครับ แล้วก็ต้องเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น เพราะไม่ติดตลาด)