บทบาทของท้องถิ่น ที่มีต่อการศึกษาและสิ่งแวดล้อม ของ อบต.ป่ากลาง
อ.ปัว จ.น่าน
โครงการขยะหอม
องค์การบริหารส่วนตำบลป่ากลาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน ปีงบประมาณ 2553
**********************
1. ชื่อโครงการ โครงการขยะหอม
2. หลักการและเหตุผล
นโยบายและแผนการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในปัจุบัน มีความมุ่งหมายที่จะให้มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้ควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม อันจะยังผลให้การพัฒนาประเทศเป็นการพัฒนาที่ยังยืนและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยได้กำหนดแนวทางที่ที่จำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดทดแทนได้ ให้เข้าสู่สมดุลของการใช้และการเกิดทดแทน และกำหนดแนวทางการแก้ไขขจัดภาวะมลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียงและความสั่นสะเทือน มูลฝอยและสิ่งปฏิกูล สารอันตราย และของเสียอันตราย ตลอดจนการกำหนดแนวทางในการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
จากนโยบายดังกล่าวทำให้ทราบว่าการจัดการขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลถือเป็นนโยบายที่สำคัญระดับชาติที่จะต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การจัดการไม่เกิดภาวะที่เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมอื่น ตามนโยบายนี้เององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงที่จะต้องบริหารจัดการปัญหาด้านขยะนี้
ซึ่งปัจจุบันปัญหาขยะนับว่าเป็นปัญหาหลักของท้องถิ่น ซึ่งส่งผลเป็นปัญหาต่อไปทั้งที่รัฐได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนทั่วไปมีจิตสำนึกในการทิ้งขยะเพื่อความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของล้านเมือง ในการจัดการขยะนั้นถ้าจะมองในมุมของการจัดการที่เป็นระบบ ต้องเริ่มจากขั้นตอนของการผลิตสิ่งของใช้ต่างๆที่มนุษย์จำเป็นต้องใช้เช่นถุงพลาสติก เคมีภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเราคิดว่าไม่จำเป็นและไม่เป็นประโยชน์ก็ต้องทิ้ง ก็เกิดขยะล้นเมือง ซึ่งการแก้ในขั้นตอนนี้เป็นปัญหาที่แก้ยาก เพราะทุกคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน ซึ่งในการแก้ไขตรงจุดนี้คือการมีจิตสำนึกที่ใช้อย่างพอเพียงและทิ้งอย่างสำนึก
ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ทุกท้องถิ่นมีวิธีการที่หลากหลายเพื่อที่จะกำจัดขยะในเขตรับผิดชอบของตนเองให้หมด และไม่เกิดปัญหาอื่นๆตามมาซึ่งบางท้องถิ่นได้มีการลงทุนกับการกำจัดขยะนับล้านบาทซึ่งเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ เช่นการใช้เตาเผาขนาดใหญ่ การเผาขยะ บางท้องถิ่นต้องใช้พื้นที่มากเพื่อใช้ในการฝังกลบขยะลงพื้นดิน ซึ่งการดำเนินงานอาจไม่ยั่งยืนถือว่าเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ ซึ่งแท้จริงแล้วมีวิธีอีกหลายวิธีที่จะสามารถลดปริมาณขยะลงและเกิดผลยังยืน โดยการมีส่วนร่วมและสรรหาวิธีที่เหมาะสมและไม่เป็นภาระและไม่เสียเวลากับการจัดการขยะ ความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ คือพหุภาคีที่ยั่งยืนและเกิดผลสัมฤทธิ์มากที่สุด โดยไม่มองว่าปัญหาขยะเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรับผิดชอบเท่านั้นก็จะเกิดความร่วมมือที่ยังยืน
ตำบลป่ากลางมีประชากร 7,428 คน มีพื้นที่ประมาณ 16 ตารางกิโลเมตร มีหมู่บ้านจำนวน 6 หมู่บ้าน มีขยะประมาณวันละ1 ตันซึ่งมีสัดส่วนของขยะดังนี้ ขยะอินทรีย์ ร้อยละ 64 ขยะทั่วไปร้อยละ 28 ขยะอันตรายร้อยละ 5 ขยะทั้งหมดจะถูกกำจัดแบบฝังกลบแบบไม่ถูกหลักสุขาภิบาล ซึ่งเกิดปัญหาตามมามากมาย เช่นปัญหากลิ่น ปัญหาแมลงวัน ปัญหาพื้นที่ไม่เพียงพอดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เกิดประโยชน์สูงสุดและนำไปสู่ความยั่งยืนของการจัดการขยะแบบบูรณาการมีส่วนร่วมของชุมชนด้วยการสมัครใจ จึงเสนอดำเนินการโครงการขยะหอมขึ้น
3. วัตถุประสงค์
3.1 เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นการแก้ไขปัญหาขยะอย่างถูกต้องและยั่งยืน
3.2 เพื่อบูรณาการวิธีการจัดการ ความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลและหมู่บ้าน
3.3 เพื่อให้เกิดผลสำฤทธิ์ของการจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรม
3.4 เพื่อให้มีวิธีจัดการขยะที่ดีนำร่องแก่ชาวบ้าน
3.5เพื่อให้เกิดชุมชนที่เข้มแข็ง สามารถใช้การจัดการขยะเป็นจุดนำร่องในการพัฒนาด้านอื่น
4. เป้าหมาย
จำนวน 6 หมู่บ้านๆละ10 ครัวเรือน รวม 60 ครัวเรือน
5. วิธีดำเนินการ
ประชุมชี้แจงโครงการให้แก่กำนันผู้ใหญ่บ้านและสมาชิกอบต. ประกาศรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการขยะหอม เป็นการนำขยะอินทรีย์ซึ่งเป็นขยะที่มีปริมาณที่มากที่สุดมาผลิตเป็นปุ๋ยน้ำชีวภาพและผลิตปุ๋ยหมัก ให้ความรู้ความเข้าใจการทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ รายงานผลการฝึกอบรม ติดตามประเมินผลหลังการฝึกอบรม ขยายผลผู้ร่วมโครงการ
6. สถานที่และเวลาดำเนินการ
ณ องค์การบริหารส่วนตำบลป่ากลาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2553
7. งบประมาณและที่มา
จากองค์การบริหารส่วนตำบลป่ากลาง เป็นค่าใช้จ่ายดังนี้
1. ค่าป้าย จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 500 บาท
2. ค่าอาหาร คนละ 40 บาทต่อมื้อ จำนวน 60 คน เป็นเงิน 2,400 บาท
3. ค่าอาหารว่างและน้ำดื่ม คนละ20 บาทต่อมื้อจำนวน 60 คน 2 มื้อ
เป็นเงิน 2,400 บาท
4. ค่าวัสดุฝึกอบรม เป็นเงิน 7,200 บาท
5. ค่าน้ำจุลินทรีย์ เป็นเงิน 6,000 บาท
6. ค่าวิทยากร เป็นเงิน 1,800 บาท
6. ค่ารางวัลประกวดครัวเรือนขยะหอมรางวัลละ 500 บาทจำนวน 12 รางวัล
เป็นเงิน 6,000 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 26,300 บาท
(สองหมื่นหกพันสามร้อยบาทถ้วน)
8. ผู้รับผิดชอบโครงการ
สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลป่ากลาง
9. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
3.1 มีการแก้ปัญหาขยะได้อย่างถูกต้องและยั่งยืน
3.2 เกิดความร่วมมือระหว่างองค์การบริหารส่วนตำบลและหมู่บ้านในการจัดการขยะ
3.3 เกิดผลสัมฤทธิ์ในการจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรม
3.4 เป็นจุดนำร่องในการแก้ไขปัญหาขยะสร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยการจัดการขยะร่วมกัน