ในปัจจุบันได้นำหลักการทางอายุรเวท แบบตะวันออกที่มีพื้นฐานจากอินเดียมาใช้ในการดูแลสุขภาพอย่างกว้างขวาง ที่น่าสนใจมากก็คือ โภชนาการแบบอายุรเวทและ การใช้ยาแบบอายุรเวท ซึ่งมีสมุนไพรเป็นหลักนั้น หลายคนยอมรับว่าส่งผลทำให้สุขภาพดีขึ้น ไม่กี่ปีมานี้ วงการแพทย์อายุรเวทอินเดียมีการส่งออกตัวยามากขึ้น ทั้งนี้เพราะชาวตะวันตกนิยมรับประทานยาที่ไม่ส่งผลข้างเคียงในการรักษา ในกรุงเดลลี ประเทศอินเดีย มีร้านขายยาอายุรเวททั้งเล็กทั้งใหญ่ ตั้งอยู่ดาษดื่นนับพันๆ ร้าน
หลักอายุรเวท แบบมหาฤษี กล่าวว่าโครงสร้างของมนุษย์มีความสมเหตุสมผล เพราะเรามีสภาพร่างกายภายในที่สมดุล ซึ่งจะปรากฏให้เห็นได้จากร่างกายภายนอกที่สมบูรณ์
ดังนั้น เมื่อเรามีอาการป่วย นั้นย่อมหมายความว่า ร่างกายภายในของเราผิดปรกติ หนทางเยียวยาก็คือ การทำให้ร่างกายภายในของเรามีความสมบูรณ์และบริสุทธิ์ ซึ่งจะส่งผลให้เรามีสุขภาพที่ดีด้วย
ตามหลักทฤษฎีทางอายุรเวท ระบุว่า การทำงานของกายและจิตของมนุษย์จะถูกควบคุมโดยพลังงานพื้นฐานสามส่วนเรียกว่า “ไตรโทษะ หรือ ตรีโทษ” (Tri Dosha) พลังเหล่านี้มาจากธาตุสำคัญห้าชนิดที่รวมตัวกันเป็นจักรวาล ซึ่งก็คือส่วนประกอบของกายและจิตนั่นเอง
วาตะ (vata) ธาตุลม จะเป็นตัวควบคุมความเคลื่อนไหว พลังต่อมาคือ “ปิตตะ” (pitta) ที่มีธาตุไฟเป็นตัวชี้ลักษณะ เป็นส่วนของกาย เป็นพลังที่ช่วยเชื่อมระบบความร้อน และการเผาผลาญภายในร่างกาย คุมสติปัญญาและอารมณ์ของมนุษย์ ธาตุดินและธาตุน้ำซึ่งผสมเป็นอันดับสาม “กผะ”(kapha) คือพลังงานเพื่อความสมบูรณ์ เสริมสร้างความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นภายในร่างกาย
โภชนาการแบบอายุรเวทมีจุดมุ่งหมายที่ช่วยให้คนค้นพบความต้องการที่แท้จริงของตน รวมทั้งช่วยให้คนได้เรียนรู้ และเข้าใจภาษากายของตนเอง คนไข้จะได้กินอาหารที่ได้ผ่านการเลือกสรรแล้วว่า มีความสอดคล้องกับพลังไตรโทษะ ของตนอย่างเหมาะสม เพราะอาหารจะกลายเป็นพลังงานที่จะไปยังเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย
น.พ. อูลิส เบาว์โทเฟอร์ จากสมาคมอายุรเวท แห่งประเทศเยอรมนี ระบุว่าขบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และถูกควบคุมโดยสติปัญญาของมนุษย์ และกลไกของการควบคุมนี้ เป็นไปตามหลักการที่มีเหตุผล
ส่วนตัวยาอายุรเวท ได้มาจากส่วนผสมสดๆ จากธรรมชาติ ใบสั่งยาจะระบุถึงตัวยาที่ถูกต้องจากชั้นที่เก็บสมุนไพรและแร่ธาตุต่างๆ นับพันชนิด ผู้เคร่งศาสนาและรักความสันโดษชาวอินเดีย จำนวนมากจะมีสวนพฤกษาชาติส่วนตัว ยาอายุรเวทจึงมีส่วนผสมจากต้นหมากรากไม้นับร้อยชนิด มาผสมเป็นตัวยารักษาโรค
เช่นต้นอโศกอินเดีย ก็เป็นสมุนไพรที่มีชื่อเสียงชนิดหนึ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรกล่าวว่า คุณสมบัติอย่างหนึ่งของต้นอโศกก็คือมีฤทธิช่วยฆ่าเชื้อ และดีสำหรับผู้หญิงที่มีรอบเดือนมาผิดปรกติ นอกจากนั้นวงการแพทย์ทั่วโลก นำการบูรใช้ในการรักษาโรค เช่นในการบรรเทาอาการตะคริว
เนื่องจากอายุรเวท เป็นการรักษาโรคที่อาศัยขั้นตอนคล้ายกับการจัดเตรียมด้านโภชนาการเป็นอย่างมาก ดังนั้นตำราอาหารในชนบทอินเดียจึงมักใส่เครื่องเทศ เพื่อช่วยเพิ่มสารอาหารในข้าว ข้าวโพด และข้าวฟ่างให้มากขึ้น เช่น ใส่ขมิ้นสดบดละเอียด เพื่อช่วยลดการติดเชื้อ และช่วยฆ่าแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของโรคผิวหนังชนิดต่างๆ ได้
นอกจากนี้ ยังมีตัวยาจากพืชจำนวนมากที่ใช้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ ตามความเชื่อทางศาสนาดั้งเดิมในอินเดีย เช่นใบโพธิ ก็ได้มีการสกัดสารจากใบโพธิ ที่เชื่อว่ามีสรรพคุณที่ใช้รักษาโรคตับ ในตำราอายุรเวทก็เชื่อว่า ใบโพธิสดๆ สามารถออกฤทธิ์ต่อการทำงานของกล้ามเนื้อได้
อย่างไรก็ตาม ตัวยาอายุรเวทหลายชนิดที่ถูกนำมาใช้แทนตัวยาสมัยใหม่นี้ ผู้ใช้จะต้องระลึกว่า ทุกครั้งของการนำมาใช้ต้องกระทำโดยผู้เชี่ยวชาญ ที่ได้รับการฝึกอบรมมาแล้วอย่างดี ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า ยาอายุรเวทอาจก่อเกิดอันตรายต่อร่างกาย แต่สิ่งที่ต้องเน้นก็คือ ควรมีการใช้ยาอายุรเวทถูกกับอาการของโรคแต่ละชนิดนั่นเอง
จากนิตยาสารชีวจิต เล่ม73