สวัสดีค่ะ
มาส่งยิ้มค่ะ เป็นเหมือนกันทั้งประเทศไทยนะคะ ทุกโรงเรียนที่ท่านรองฯ กล่าวมา ขณะที่อ่านไปก็ลุ้นโรงเรียนที่สองมากค่ะ ที่มีพลเมืองมากน่าจะเป็นพลังเข้มแข็งนะคะ
ขอเชียร์โรงเรียนทั้งสี่โรงค่ะ การแก้ปัญหาด้วยวินัยเชิงบวกทำได้ตลอดเวลา ไม่ต้องรอกฏเกณฑ์หรือระเบียบ ไร้ขอบเขต ไร้ข้อจำกัดค่ะ
เมื่อวันพุธ มีเด็กชาย ม.๓ ก้าวร้าวต่อต้านการนั่งสมาธิ เพียงแค่ทำจินตนาการตามคำบรรยายและหลับตาเมื่อรู้สึกว่า...ตนเองมีความสุข..เขาทำท่าทางอึดอัดและหน้าตาบูดบึ้ง ครูที่ฝึกก็ไม่อดทน สติจะแตกอยู่แล้ว
ตอนต่อมา..เป็นการเลือกคนถือพาน ไม่เกี่ยงว่าเป็นหัวหน้าหรือไม่ โดยให้คนสมัครใจก่อน ชั้นอื่น ๆ ได้ตัวแทนครบหมดแล้วเหลือ ม.๓ พี่คิมจึงบุ้ยใบ้ให้นักเรียนหญิงเสนอเด็กก้าวร้าวคนนี้
เขามองหน้าพี่คิมแล้วยิ้มอาย ๆ เดินออกมาแบบไม่เต็มใจนัก บังเอิญผมยาวยังไม่ตัดสั้น (เด็กของพี่คิมบางคนไม่มีเงินแม้จะจ่ายเป็นค่าตัดผม อันนี้เรื่องจริงค่ะ) พี่คิมส่งสายตาเป็นสัญญาณว่าจะจ่ายค่าตัดผมให้ เมื่อเลิกเรียนเขามารับเงินค่าตัดผมจากพี่คิม รีบเอาไปอวดเพื่อน ๆ
เขามีพานมาน่ารักมาก บอกว่าช่วยกันทำกับเพื่อน ๆ พี่คิมรีบชมต่อหน้า ผอ.ว่าเขาดูดีเป็นคนหล่อคนหนึ่ง กิริยาก้าวร้าวแทบไม่เหลือติดตัวเลย ครูหลายท่านสงสัย
เมื่อจบพิธี พี่คิมกล่าวขอบใจนักเรียนและชื่นชมนักเรียนที่เป็นตัวแทนถือพานว่า "เป็นเกียรติของวงศ์ตระกูล" มาก
ตอนบ่ายกิจกรรมนักเรียนจิตสาธารณะ เขาทำหน้าที่พาน้อง ๆ ทำงานและตั้งใจถอดบทเรียน และออกมาจับไมค์เสนองานในกลุ่ม พี่คิมคั่นรายการโดยเล่าเรื่องการอยู่กับธรรมชาติของโรงเรียนสัตยาไสและประวัติของ ดร.อาจอง ฯ เขาตั้งใจฟังเรื่องเล่ามากค่ะ ปกติจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจน
พวกครู ๆ แซวว่า.."น่ากลัวครูคิมทำฝนแล้ง" เสียแล้ว วันนี้เขาสดชื่นมากค่ะ มาทักทายแต่เช้า และตอนเย็นมาช่วยถือของไปขึ้นรถ สวัสดีโบกมือให้ เพราะพี่คิมจะโบกมือให้นักเรียนทุกวันหลังจากรับไหว้ และบอกเสมอว่า การโบกมือเป็นการอาลัยรักต่อกัน
เรื่องเด็กคนนี้แก้มาและได้บางเปราะแล้ว เพราะเขาเกิดมาท่ามกลางของครอบครัวที่ทำร้ายชีวิตกันให้เห็น เรื่องละเอียดกำลังตั้งใจรวบรวมค่ะ หากเสร็จเป็นรูปเล่มจะส่งให้ ท่านรองฯเป็นคนแรกค่ะ