สำหรับประสบการณ์ความสำเร็จในชีวิตการทำงานของดิฉัน
ประทับใจและภาคภูมิใจหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่จะมีหลักการทำงานอยู่ไม่กี่อย่าง
คือ เราจะต้องบริหารงานและบริหารคน
ก่อนจะทำงานแต่ละชิ้นแต่ละโครงการ
ต้องมอบงานให้ออกครบทุกด้าน เข้าใจทุกขั้นตอนของงานนั้น ๆ
มีกิจกรรมอะไรบ้าง
มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ขั้นแรกจนจบสมบูรณ์
จะต้องบริหารคนให้เป็นเพราะคนเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้งานเดินได้และสิ่งที่เหนื่อยที่สุด
คือ การวางแผน (Planning) มีการวางแผน
การทำงาน โดยต้องใช้ความรู้จากการศึกษาจากประสบการณ์
จากบุคคลต่าง ๆ มีการจัดองค์กร (Organization)
จัดคนเข้าทำงาน (Staffing) โดยยึดหลัก The right man to the
right job
มีการ Directing และ Don trolling การสั่งการจะต้องชัดเจน
มอบหมายหน้าที่แต่ละฝ่ายให้ถูกต้องหลังจากนั้นจะต้องควบคุมดูแล
ติดตามเพื่อแก้ปัญหาอุปสรรค์ที่เกิดขึ้นได้ทันเวลา เช่น
ในการประชุมเหล่ากาชาดจังหวัด โดยมีสมาชิกจากจังหวัดต่าง
ๆ จาก 7 จังหวัดในภาค
ประมาณเกือบหนึ่งพันคน
ดิฉันได้จัดให้มีการประชุมเสนอความคิดเห็นในการจัดกิจกรรมดังกล่าวตอนกลางวัน
คือ Walk Rally
เพื่อให้สมาชิกเกิดความสนิทสนมใกล้ชิด
พร้อมทั้งได้ความรู้ ความสนุกสนาน
ทำให้คนเป็นหนึ่งเดียวกันได้ง่าย
พอตอนกลางคืนจัดให้มีการแสดงของแต่ละจังหวัด
สำหรับตอนเช้าเป็นงานวิชาการ
ได้เชิญวิทยากรจากกรุงเทพมหานครมาให้ความรู้
เรื่องการบริหารจัดการ หรือบางครั้งเรื่องสุขภาพ
เริ่มการทำงานเป็นทีม
หลังจากนั้นเป็นการประชุมโดยเสนอผลงานของแต่ละจังหวัดเป็นรูปภาพ
ตัวหนังสือเป็นกราฟบนจอโปรเจคเตอร์
เสร็จสิ้นการเสนอผลงานเป็นการประชุมแสดง
ความคิดเห็นตามวาระที่กำหนดไว้
แต่อย่างไรก็ตามการทำงานจะสำเร็จต้องมีทีมงาน
โดยจัดผู้รับผิดชอบแต่งตั้งประธาน รองประธาน
เลขาฝ่ายแต่ละฝ่าย มีฝ่ายต้อนรับ
ฝ่ายลงทะเบียน/ของชำร่วย ฝ่ายการเงิน/บัญชี
ฝ่ายอาคารสถานที่แสงเสียง ฝ่ายกิจกรรมวอคแลนลี่
ฝ่ายอาหารเครื่องดื่ม ฝ่ายการแสดง ฝ่ายพิธีการ
ฝ่ายจัดทำหนังสือ ฝ่ายเลขา
มีการมอบหมายงานให้แต่ละฝ่ายอย่างชัดเจน
จะต้องมีการติดตาม ควบคุมอย่างใกล้ชิด
โดยเรียกทุกคนที่รับผิดชอบรายงาน
การปฏิบัติงานพร้อมทั้งต้องมีการคาดการณ์ล่วงหน้า
ถ้ามีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นจะต้องมีแผนแก้ไข เช่น
ถ้าฝนตกจะต้องมีแผนที่จะต้องจัดกิจกรรมวอคแลนลี่ภายในอาคาร
หลังจากติดตามตรวจสอบทุกขั้นตอนแล้ว พอถึงเวลางานจริง
ๆ
ดิฉันจะอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้กลไกต่าง ๆ
เดินไปตามขั้นตอนงานที่ออกมาทุกครั้ง
จะได้รับเสียงชมเชยจากผู้เข้าร่วมประชุมโดยจากแบบประเมิน
จากการแสดงออก จากการพูดคุย จากคำชมเชย
หลังเสร็จสิ้นโครงการ
สำหรับในเรื่องของการจัดหารายได้แต่ละจังหวัดจะใช้รูปแบบที่แตกต่างกัน
เพราะสถานการณ์ สิ่งแวดล้อม และปัจจัยต่าง ๆ
ที่แตกต่างกัน เช่น ที่ จ.ราชบุรี
ได้จัดให้มีการประชุมเสนอความคิดเห็น รูปแบบ วิธีการ
โดยสรุปกิจกรรม
1. ขอบริจาคเสื้อผ้าของใช้ที่ใช้แล้วทุกชนิด
นำมาขายในราคาถูก ในราคา 5, 10, 2. 50, 100 บาท
(บางอย่างของที่บริจาคเป็นของดีจากต่างประเทศ)
2. ออกสลากล๊อตเตอรรี่
3. ร้านมัจฉากาชาด
ซึ่งตอนแรกมีเสียงต่อต้านมากว่าคนราชบุรีไม่เคยใช้ของเก่า
ร้านมัจฉากาชาดก็ขายยากไม่ค่อยมีคนซื้อ
แต่ด้วยการบริหารจัดการที่มีรูปแบบที่ดี
มีการวางแผนอย่างดี
ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกิจกรรม
สำหรับเสื้อผ้าที่ใช้แล้ว
(มีการแต่งตั้งทีมขอรับบริจาคเสื้อผ้า ทีมคัดเลือก
ทีมขาย) ได้เสื้อผ้า
ของใช้มากมาย ขายดีมากคนซื้อมารอก่อนที่ร้านจะเปิด
ร้านมัจฉากาชาดจัดให้แต่ละหน่วยงานเป็นผู้จัดและบริหารแต่ละวัน
โดยกาชาดมีหน้าที่หาของ กำหนดรางวัลที่จะออก
นอกจากนั้นแต่ละหน่วยงานบริหารจัดการ
ทำให้เกิดการแข่งขันทั้งด้านการตกแต่งร้าน
ด้านการทำยอดจำหน่าย
ทำให้กิจกรรมหารายได้ทั้งหมดได้เกือบสิบล้านบาท
จากเดิมได้หลักหมื่น ขั้นตอนการทำงานเหมือนกับกิจกรรมอื่น
ๆ ที่ทำมา คือ แต่งตั้งคนให้เหมาะสมกับงาน
มอบหมายความรับผิดชอบ แต่ละขั้นตอน
ในส่วนของจังหวัดนครสวรรค์การหารายได้
เปลี่ยนรูปแบบเพราะเกิดน้ำท่วมทุกอำเภอ
เลยมีแนวคิดว่าไม่น่าจะจัดหารายได้ในรูปแบบเก่า ๆ
ด้วยการออกร้านมัจฉากาชาด
เพราะคนที่จะจับมัจฉากาชาดส่วนมากเป็นคนที่มีฐานะยากจน
ดังนั้น จึงวางแผนหาเงินจากคนรวยไปให้คนจน
จัดให้มีกิจกรรมหารายได้ 3 กิจกรรม
ในตอนกลางคืน 1 คืน โดยจัดเวที แสง
เสียง อย่างสวยงามจากทีมงานมืออาชีพ
1. ร้องเพลง
2. การแสดงนานาชาติ ลูกทุ่ง TMF
3. เดินแฟชั่นโชว์ย้อนยุครัตนโกสินทร์ – ปัจจุบัน
ผู้ที่ร่วมร้องเพลงจะต้องเสียเงินคนละ
หนึ่งหมื่นบาท มีทั้งสว., ส.ส.
ทั้งหมดในจังหวัด คหบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด
รองผู้ว่าฯ ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ
เจ้าของบริษัท
นายแพทย์ ผู้นำองค์กรเอกชน
ปรากฏว่ามีคนมาขอร้องเพลงมากมายไม่สามารถ
จะให้ร้องได้ทุกคน เพราะเวลาจำกัด
ส่วนการแสดงนานาชาติ และลูกทุ่ง TMF ใช้คนเยอะมาก
ผู้มาแสดงต้องเสียงเงินคนละห้าพันบาท
เดินแฟชั่นโชว์ย้อนยุค
ทางกาชาดจัดหาเครื่องแต่งตัวตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ จนถึง
ปัจจุบัน พร้อมแต่หน้าทำผมทุกอย่างให้เสร็จผู้แสดงเสียงเงินคนละ
ห้าพันบาท มีผู้มาสมัครเป็นนักแสดงมากมาย
มีหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าศาล นายแพทย์ ทหาร
ตำรวจ
ประธานหอการค้า ประธานสภา อบต. อบจ.
นายอำเภอ สื่อมวลชน ประชาชนทั่วไป
ข้าราชการตั้งแต่รับดับผู้ใหญ่ จนถึงระดับเด็ก ๆ
นอกจากการแสดง มีการขายโต๊ะจีนให้ผู้เข้าร่วมชมงาน
โต๊ะละ สามพันบาท โต๊ะ VIP หนึ่งหมื่นบาท
ปรากฏว่ามีคนแย่งกันซื้อโต๊ะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งโต๊ะ
VIP ต้องเพิ่มจนไม่มีที่จะเพิ่ม
เพราะทุกคนอยากมาดูการแสดงของคนที่เขารู้จัก
ลูกน้องก็อยากมาดู การแสดงของผู้บังคับบัญชา
หรือมาดูญาติพี่น้องคนในครอบครัว
จนกระทั่งเปิดงานแล้วยังมีคนมาขอซื้อโต๊ะ
มีกำไรจากค่าตัวนักแสดงครึ่งล้านบาท
และรายได้จากการขายโตะอีกส่วนหนึ่งรวมหลายล้านบาท
การบริหารจัดการมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบโดยแต่งตั้งกรรมการรับผิดชอบจากคนในองค์กรบ้าง
นอกองค์กรบ้าง เช่น
ความสวยงามของโต๊ะอาหารมอบให้อาชีวะกับราชภัฏฯ
ฝ่ายการแสดง – นายกกาชาดดูแลรับผิดชอบ และฝ่ายอื่น ๆ
อีกหลายฝ่ายตามกิจกรรมที่เกิดขึ้น
หลังจากเสร็จงานทุกคนมีความสุข
ยื่นความจำนงขอแสดงอีกในงานต่อไป
เป็นการคุ้มค่าได้ทั้งเงินได้ทั้งคนทำให้คนทุกระดับเข้ามามีส่วนร่วม
มีความผูกพัน มีความสามัคคี มีจิตสำนึกร่วมกัน
ส่วนงานที่ประทับใจที่เป็นวิชาการ เช่น
โครงการอบรมอนามัยในบ้าน โครงการเพื่อนพึ่งพายามยาก
โครงการยายเยี่ยมหลาน โครงการครอบครัวสัมพันธ์ ฯลฯ
สำหรับโครงการครอบครัวสัมพันธ์ นำสามี ภรรยา
เข้าอบรมที่อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
ทุกตำบล
โดยคัดเลือก คู่สามี-ภรรยา
มาให้ความรู้ถึงบทบาทหน้าที่ของตัวเองตามสถานะภาพที่เป็นอยู่
เรื่องยาเสพติด โรคเอดส์
เรื่องความรักความสัมพันธ์ในครอบครัว
เพื่อให้ครอบครัวอบอุ่น จะได้ไม่เกิดปัญหาสังคม
พร้อมมีกิจกรรมระหว่างอบรม
เชิญวิทยากรจากกรุงเทพมหานคร
จากบุคคลที่มีชื่อเสียงของจังหวัดที่ประสบความสำเร็จ
หลังอบรมมีบายศรีสู่ขวัญ
มอบประกาศนียบัตรเป็นคำมั่นสัญญาว่าจะรักกันตลอดไป
โดยเชิญผู้ว่าราชการจังหวัด
หัวหน้าส่วนราชการร่วมบายศรีสู่ขวัญ
และแจกใบประกาศหลังจากเสร็จโครงการแล้ว หนึ่งปี
ได้มีการติดตามประเมินผล ออกเยี่ยมผู้เข้าอบรมตามบ้านต่าง
ๆ มีคณะกรรมการทำการติดตามประเมินผล
ปรากฏว่าทุกครอบครัวจะรอคอย บางครอบครัวถึงกับขาดงาน
จากการสอบถามสามีบอกภรรยาดีมากเพิ่งจะเข้าใจภรรยามากตอนเข้าอบรม
ส่วนภรรยาบอกสามีเปลี่ยนไปในทางที่ดีจะไม่ค่อยทะเลาะกันหรือบางรายแทบจะไม่ทะเลาะกันเลย
เพราะกลัวถ้าทะเลาะกันเดี๋ยวจะอายตอนมาประเมินผล
บางคู่บอกเกิดมาในชีวิตไม่เคยเข้าอบรมหรือทำกิจกรรมด้วยกันเลย
นับเป็นครั้งแรกจากการติดตามประเมินผลทุกครอบครัวอยากให้ทำการอบรมให้ครบทุกอำเภอ
และที่เหนือสิ่งใด คือ การทำให้ครอบครัวมีความสุข
มีความอบอุ่น สามารถป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสังคมได้
สิ่งที่ภาคภูมิใจและประทับใจ
คือได้มีโอกาสช่วยเหลือคนที่เดือนร้อน
ทำให้คนอื่นมีความสุข
และได้รับคำชมเชยจากสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสุดา
สยามบรมราชกุมารี ในการทำงานได้รับรางวัล
-
โล่ห์เกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นประเภทพัฒนาสังคมจากสภาสังคมสงเคราะห์
แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำปี 2541
- โลห์เกียรติคุณ “หม่อมงามจิตต์ บูรฉัตร”
มูลนิธิอนุสรณ์หม่อมงามจิตต์ บูรฉัตร
ในการดูแลเยาวชนประจำปี 2542