ครับ  ความสงบนิ่งของแม่น้ำน่านที่ค่อย ๆ ไหลไปเรื่อย ๆ ตามปริมาณการปล่อยน้ำของเขื่อนนเรศวรช่วงนี้  จะไม่เหมือนกับแม่น้ำสายอื่นที่ไม่มีเขื่อนเก็บกัก  ที่สำคัญแม่น้ำน่านมีกลิ่นเฉพาะของตัวเองที่ผู้ที่อยู่ใกล้หรือไปสัมผัสกับบรรยากาศดั่งเช่นผม  จึงจะมีโอกาสสูดดมด้วยความสดชื่น  ยิ่งมีกระแสลมพัดโบกตลอดด้วย  บอกไม่ถูกครับว่ารู้สึกอย่างไร 

ที่แน่ ๆ วันนี้ (7 มิย. 2553) เป็นวันที่สองแล้วที่ผมข้ามแม่น้ำน่านโดยใช้สะพานแห่งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการออกกำลังกายที่ทำให้ระยะทางสั้นขึ้น  และเวลาน้อยลง  เหมาะสำหรับวันทำงาน ซึ่งต้องมีเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ (รวมไปยังแหล่งอื่นด้วย)

เพียงแต่วันนี้ผมวนผิดเส้นทาง  ใช้เส้นทางเริ่มต้นออกไป ม.2 ต.หัวรอ และข้ามไป ม.4 ต.พลายชุมพล  ก่อนจะวนไปที่ทำงานและกลับเข้าบ้าน รู้สึกได้เลยว่าช่วงชั่วโมงเร่งด่วนในตัวเทศบาลนครพิษณุโลกมีการจราจรหนาแน่นมาก  วันต่อ ๆ ไปหากไม่มีฝนตกซะก่อน  จะต้องไปทำธุระ ไปที่ทำงาน และเดินทางย้อนกลับไป ม.4 ต.พลายชุมพล ก่อนข้ามไป ม.2 ต.หัวรอ และกลับเข้าบ้านพัก ครับ  การเดินทางจะได้สะดวกมากขึ้น

ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมครับ