ขอบคุณ คุณ korakott นะครับที่นำประสบการณ์มาแชร์กัน การปรับผานไถนาให้ไถง่ายมีเคล็ดลับอยู่นิดเดียวครับ ก่อนอื่นต้องรู้หน้าที่การทำงานของอุปกรณ์ที่ประกอบขึ้นเป็นผานไถ ซึ่งผาน 7 จาน เรียกว่าผานพรวน ผาน 3 จานเรียกว่าผานบุกเบิก ซึ่งทั้ง 2 แบบมีโครงสร้างที่ต่างกัน ผานบุกเบิกเป็นลักษณะผานแข้ง(มีแข้งยื่นลงไปรับผาน) ผานพรวนลักษณะเป็นผานปล้อง(ภาษาใต้เรียก "บ้อง" ผานแข้งจะไถได้ลึกกว่าและแรงต้านทานจากดินจะน้อยกว่าเพราะมีเพียง 3 จาน ในขณะที่ผานพรวนมีแรงเสียดทานจากดินถึง 7 จุดจากเจ็ดจาน และมีแกน(ปล้อง)เป็นตัวจำกัดความลึก คือจะไถให้ลึกกว่ารัศมีของจานถึงแกนไม่ได้ ดังนั้นหากดินแข็งมาก หรือมีหญ้าหรือพืชรกมากควรใช้ผานบุกเบิกลุยไปก่อนแล้วใช้ผานพรวนตามทีหลัง ผานไถนาทั้งแบบเจ็ดจานและสามจาน มีจานพิเศษไม่เหมือนชาวบ้านอยู่จานหนึ่ง ลักษณะวางตัวในแนวดิ่ง ชาวบ้านเรียก "ลูกแซง" เป็นจานแบนๆ ธรรมดา ไม่โค้งเหมือนจานไถ ส่วนประกอบนี้สำคัญมากเพราะเป็นตัวประคองชุดผานให้วิ่งตรง หากวางลูกแซงไม่ถูกทิศทางและความลึก จะทำให้ผานดึงรถให้กินซ้าย-ขวา เวลาขับต้องฝืนล้อหน้าให้ดึงรถกลับ ซึ่งล้อหน้าก็จะทำงานหนัก เพราะปกติล้อหน้าถูกออกแบบมาเพื่อการทรงตัวของรถ หากรับแรงดึง-ผลักด้านข้างมากก็ทำให้ฝืน คนขับก็เหนื่อย วิธีการตั้งลูกแซงจึงสำคัญ ลูกแซงจะเป็นตัวดึงชุดผานให้ฝืนให้ผานกลับมาอยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง ลูกแซงจะถูกออกแบบให้ทนต่อแรงดึงและแรงผลักในแนวซ้ายขวา ลูกปืน(แบริ่ง) ในชุดลูกแซงจึงถูกออกแบบพิเศษดังกล่าว(ไม่เชื่อถอดออกมาดู) ในแนวดิ่งลูกแซงถูกออกแบบมาให้มีสปริง คอยยืดหยุ่นเมื่อเจอกับดินแข็ง-ดินอ่อน ที่สำคัญลูกแซงจะเป็นตัวกดและฝังลงไปในดินเพื่อประคองไม่ให้ชุดผานวิ่งตามจานทั้ง 7 (หรือ 3) ดังนั้นการตั้งสปริงลูกแซงจึงต้องให้ลูกแซงสามารถกดให้คมลูกแซงกินลงไปในดินได้อย่างน้อย 2-3 นิ้ว ถ้าลูกแซงไม่กินดิน ผลที่ตามมาก็คือชุดผานจะวิ่งตามทิศของจาน ซึ่งก็จะดึงรถให้หัวปัดออกนอกแถว การตั้งลูกแซงให้รับกับรอยไถเก่าที่พอเหมาะจึงเป็นเทคนิคอีกอย่าง หากตั้งลูกแซงให้กินดินที่มีหญ้า ลูกแซงจะฝังไม่ลง จานจะดีด ขี้ไถไม่สม่ำเสมอ เคล็ดลับอีกอย่างคือ จะต้องจิกส่วนหางของชุดผาน (ไกลสุด-ใกล้ลูกแซง)ให้ลึกกว่าชุดหน้า(ใกล้รถ) ประมาณ 2 นิ้ว โดยการจอดรถบนถนนเรียบ วางผานลง แล้วปรับอุปกรณ์ อย่าไปปรับในที่ไถ จะดูไม่ออกเพราะดินอ่อนและยุบ การตั้งจานหน้าสุดและหลังสุดให้ห่างถึง 5-6 นิ้ว ที่คุณ korakott ว่าน่ะ ผมว่ามากเกินไป ถ้าไถแบบนี้ ส่วนหางจะลึก ส่วนหน้าจะตื้น เวลาคราดซึ่งล้อรถจะวิ่งบนดินแข็งก็จะเป็นคลื่น ทำเทือกให้เรียบยากครับ อ้อ! ลืมบอก การไถนาที่ดีให้ไถตื้นนะครับ ไถลึกเวลาดำก็ยาก รถติดหล่มง่ายด้วย เวลารถเก็บเกี่ยวก็ทำงานยาก เป็นโคลนเยอะ สังเกตไหมครับ สมัยก่อนไถด้วยวัวควาย แผ่นขี้ไถเท่าฝ่ามือเท่านั้นเอง เก็บเกี่ยวง่ายไม่เป็นโคลน โดยเฉพาะรากต้นข้าวไม่ได้ลงลึกมาก รากที่หากินธาตุอาหารบนผิวดินหยั่งรากลึกไม่เกิน 2-3 นิ้วฟุต ไถให้ลึกไปทำไม คนไถนาที่เก่งๆ ต้องไถตื้น แต่การไถตื้นจะไถยากเพราะผานกินดินน้อย หญ้าออกไม่หมด ต้องไถแปรซ้ำอีกรอบ คนไถนาแบบมักง่ายจึงไถดะให้ลึกเข้าไว้ แล้วตีจอบหมุนเอาทีหลัง ง่ายกว่าเยอะ แต่รู้ไหมการไถลึกก็เท่ากับพลิกเอาดินที่ไร้ธาตุอาหารขึ้นข้างบน ให้รากพืชกินธาตุอาหารในระดับ 2-3 นิ้ว ซึ่งถูกพลิกขึ้นมาจากชั้นดินที่ไม่มีธาตุอาหาร เลยต้องอัดปุ๋ยมากๆ เปลืองปุ๋ยโดยใช่เหตุ ต้นทุนสูงเปล่าๆ การไถที่ดีจึงไม่ควรไถลึก อันนี้ผมเรียนรู้จากประสบการณ์ตั้งแต่สมัยไถด้วยควาย แล้วต่อมาไถด้วยรถเดินตาม จนมาขับแทรกเตอร์นะครับ ผลผลิตที่ได้บวกกับคำบ่นจากคนดำนา คนเก็บเกี่ยวจึงทำให้รู้ว่าไถตื้นดีกว่า อีกจุดที่สำคัญก็คือเกลียวปรับจุดลากบนสุด(จากจุดลากพ่วงทั้งหมด 3 จุด) การปรับเกลียวจุดนี้เพื่อให้ชุดผานก้มหรือเงย หากปรับให้เกลียวหดเข้าจะทำให้ผายเงยจะไม่ค่อยกินดิน หากปรับให้เกลียวยาวกว่าก็จะกดดินได้ดีกว่า ลองปรับดูนะครับ ทุกอย่างที่ปรับได้บนชุดผานมีประโยชน์ทั้งนั้นครับ ต้องลองปรับดูแล้วจะรู้ว่าเขาออกแบบมาเพื่อช่วยให้เกิดประโยชน์อย่างไร การไถกับดินอ่อน ดินแข็ง ปรับลูกแซงแตกต่างกัน หญ้ายาวหญ้าสั้นก็เช่นเดียวกัน ลองดูนะครับ