ผมพอจะมีข่าวเกี่ยวกับการดำเินินการวิจัย ของอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ร่วมกับคณะวิจัยญี่ปุ่น

ลองพิจารณาดูครับว่า ไทยเรา ดำเนินการอะไรบ้าง วิจัยแล้วจะนำสู่การปฏิบัติได้ อย่างไรบ้าง

ลองเสนอแนะความคิดเห็นกันดูครับ

ผศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์ จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวิทยาศาสตร์สตรีไทยคนแรก ที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมเดินทางสำรวจทวีปแอนตาร์กติก หรือขั้วโลกใต้ ร่วมกับคณะสำรวจทวีปแอนตาร์กติกจากประเทศญี่ปุ่นรุ่นที่ 51 (JARE-51;51th Japanese Antarctic Research Expedition) ณ สถานีวิจัยโชว์วะ ของประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่ ดร.วรณพ วิยกาญจน์ นักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรก ที่เคยเดินทางไปมาแล้วเมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา

สำรวจขั้วโลกใต้ : ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ

“การเดินทางในครั้งนี้เป็นการรวมตัวของนักวิทยาศาสตร์จากสาขาต่างๆ ในหลายประเทศ ที่เดินทางไปสำรวจทวีปแอนตาร์กติก เพื่อไปดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะมีการศึกษาทั้งทางชีววิทยา สมุทรศาสตร์ หิน น้ำแข็ง เพื่อพยายามตอบคำถามเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวด ล้อม และการที่เราไปสำรวจที่แอนตาร์กติก ซึ่งยังมีความบริสุทธิ์อยู่มากก็เพื่อที่จะหาคำตอบได้ว่าธรรมชาติที่ บริสุทธิ์อยู่นั้นเป็นอย่างไร

ที่นำมาลิงก์เข้ากับเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็เนื่องมา จากว่า ปัจจุบันพบว่าแอนตาร์กติกนั้นก็ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนเหมือนกัน จากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของมนุษย์ ซึ่งบางคนก็คิดว่าไม่น่าจะมีผลกระทบต่อที่นั่น แต่ด้วยความที่โลกเราหมุน เพราะฉะนั้นก๊าซต่างๆ ก็จะไปตกอยู่ตรงขั้วโลกทั้งเหนือและใต้ก็จะได้รับผลกระทบ แม้จะไม่มีกิจกรรมของมนุษย์ก็ตาม ซึ่งอะไรจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนเราสามารถดูได้ที่ขั้วโลกเหนือและ ขั้วโลกใต้ก่อนใครเพื่อน”

ผศ.ดร.สุชนา บอกว่า ภารกิจหลักก็คือการสำรวจสมุทรศาสตร์ทางทะเล “ตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร นอกจากนั้นก็มีการสำรวจสิ่งมีชีวิตในทะเล โดยเฉพาะปลา ว่ามีพฤติกรรมการกินอาหารเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า เพราะตอนที่อาจารย์วรณพเดินทางไปเมื่อ 5 ปีที่แล้วก็ได้ศึกษาไว้ ถ้าเรามาศึกษาอีกครั้งก็จะได้รู้ว่าสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป การอยู่รอด อาหารการกินของปลาจะเป็นอย่างไร รวมทั้งจะมีการเก็บตัวอย่างดินตะกอนมาวิเคราะห์ดูสารจุลินทรีย์ว่ามีอะไร บ้าง และเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

จะมีการศึกษาจำนวนประชากรนกเพนกวินที่จะเป็นตัววัดได้ว่าถ้าสภาพแวด ล้อมเปลี่ยนไปจะมีผลกระทบอะไรกับจำนวนนกเพนกวินหรือไม่ ซึ่งข้อมูลบางอย่างที่ได้ก็อาจจะนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องระบบ นิเวศทางทะเลและชายฝั่งของบ้านเรา ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อสังเกตที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการต่อไป ได้”