สวัสดีค่ะคุณสุเทพ ไชยขันธุ์

 

* ปัญหาสะสมทับถมมาเรื่อยๆ มีแต่นักคิด ไม่มีนักปฏิบัติที่ลงมือกันอย่างจริงจัง  มาตรการต่างๆ ที่กำหนดขึ้นล้วนยึดติดใมอัตตาของหมู่พวกตัวเองทั้งนั้น ขาดความจริงใจ ขาดการเปิดใจ ความบริสุทธิ์ใจ ข้างนอกใสๆ กันทั้งนั้น แต่ข้างในเต็มไปด้วยโคลนที่เน่าเหม็น...ที่เก็บซ่อนเอาไว้ แฝงไปด้วยผลประโยชน์...

* วันที่เชียงใหม่มีการเผายางที่ศาลากลาง  ได้ดูทีวีช่อง5 สัมภาษน์ คุณแม่ชีศันสนีย์ ท่านกล่าวไว้ๆได้ดีมากๆ คล้ายๆ กับ บันทึกไว้ใน facebook ของ Woraphat Phucharoen 

** สรุปสั้นๆ ของคุณแม่ ท่านบอกว่า  "ถ้าไฟไหม้ก็ต้องดับไฟ ไม่ต้องถามว่าใครจุดไฟ  ซื้อน้ำมันมาจากปั๊มไหน..... คือต้องแก้ปัญหาด้วยความเมตตา..."

** และต้องชื่นชมความคิดเห็นของคุณสุเทพมากๆ  หลายๆ บันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ ครูมใจดี ก็มีความคล้ายๆ กันนี้ค่ะ

 

  • แม้เหตุการณ์บ้านเมืองภายนอกจะวุ่นวายสับสนแค่ไหน...หากแต่ใจยังเลือกที่จะยิ้มได้
  • ถึงแม้อดไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกกับปรากฏการณ์เหตุการณ์บ้านเมือง.....เราไม่ได้เบือนหน้าหนี  เราพร้อมที่จะเปิดใจรับรู้ด้วยใจที่ใครครวญไตร่ตรอง
  • หากแต่ด้วยใจยังมีอิสระที่จะเลือก....เลือกหยุดชั่วขณะแล้วไตร่ตรอง......
  • ด้วยความเชื่อว่าคนเราแม้จะมีมุมมองหรือรูปลักษณ์ภายนอกที่มีความสนใจที่แตกต่างกันไปนั้น   หากแต่ล้วนมีความปรารถนาอันเดียวกัน คือต้องการที่จะเรียนรู้....ต้องการอิสรภาพ อยากมีคุณค่าความหมาย...มีความรัก....ต้องการพื้นที่ยืน ณ ที่ใดที่หนึ่งที่รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย
  • ที่สำคัญหากใจยังมีทางเลือก ....เราก็เลือกที่จะเชื่อในการมีความหวังกับอนาคตที่ดีงาม...เลือกที่จะมีพื้นที่ที่เรารู้สึกว่าเราชอบ ....ที่ที่เราคุ้นเคย......ที่ที่เรายังคุยกันได้.....ที่ที่เรามีความสุขร่วมกัน.....
  •  

    ขอบพระคุณมากค่ะ