เรียน ศ.ดร.จีระ  หงส์ลดารมภ์, อาจารย์ยม และเพื่อนๆนักศึกษาทุกท่าน  

 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม  2550 ศึกษาภาวะผู้นำ ได้อะไรจากการเรียน

อาทิตย์นี้ฝิ่นและเพื่อนๆที่มาเรียนโชคดีเพราะเรามีทั้งอาจารย์จิระและอาจารย์ยม มาให้ความรู้แก่พวกเรา สิ่งที่ได้หลักๆจากการเรียนอาทิตย์นี้คือ การจับประเด็นและการวิเคราะห์ให้เป็น โดยใช้ทฤษฎีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของอาจารย์จิระหรืออาจารย์ยมเข้ามาผสมผสานพร้อมยกตัวอย่างได้

1. ทฤษฎี 3 วงกลมที่อาจารย์ให้วิเคราะห์ว่าสิ่งที่ขาดไปคืออะไร ซึ่งประกอบไปด้วย องค์กร ขีดความสามารถและแรงจูงใจ และได้ให้ทุกคนในห้องได้ร่วมออกความคิดเห็นทีละคน ซึ่งการเรียนวันนี้ดูบรรยากาศอบอุ่นมากถึงแม้จะมีเพียง 15 คนซึ่งตรงกับทฤษฎี 4L's ของอาจารย์จิระเลยจริงๆ

2.อาจารย์ให้จับประเด็นหลังจากดูสไลด์ 2 เรื่องคือ

  • สัมภาษณ์คุณหณิงกัลยาและอาจารย์มาลี ซึ่งพูดถึงภาวะผู้นำสตีและบทบาท ซึ่งอาจารย์ก็ให้ทุกคนในห้องได้มีส่วนร่วมในการวิเคาะห์และได้สรุปว่าโดยส่วยใหญ่ผู้หญิงจะมีทุนทางจริยธรรมมากกว่าผู้ชายแต่ทุนทางสังคมมีน้อยกว่า
  • สัมภาษณ์ ดร.ปุระชัย และให้จับประเด็นและวิเคราะห์ความแตกต่างซึ่งทุกคนในห้องก็มีส่วนร่วมเช่นเคยและสรุปได้ว่าข้อแตกต่างของท่านทั้ง สองที่เห็นได้ชัดคือ อาจารย์จิระมีเป้าหมายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างมุ่งมันและชัดเจน มีทฤษฎีเป็นของตัวเองและมีวิสัยทัศน์ที่กว้าง ส่วนดร.ปุระชัยมีวิสัยทัศน์ที่ลึกและนะสิ่งที่ได้จากการอ่านมาปรับปรุงพัฒนาตัวเอง

3.ได้อ่าบบทความของอาจารย์จิระแล้วให้สรุปว่าได้อะไรบ้างที่เป็นประเด็นที่สำคัญ ซึ่งตัวฝิ่นเองสรุปได้ 3 ประเด็นคือ

3.1วิเคราะความเป็นผู้นำของอาจารย์จิระ คุณค่าของผู้นำ7 ข้อ

  •  มุ่งประโยชน์ส่วนรวม
  • มีคุณธรรม หรือธรรมาภิบาล
  • มีความสามารถ
  • มีความสำนึกรับผิดชอบ
  • มีความเป็ฯกลาง
  • มีความมุ่งมั่นสัมฤทธิผล
  • มีความเป็นมืออาชีพ

3.2 เน้นหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงและทุนทางวัฒธนธรรม

3.3ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นภายในประเทศไม่ว่าจะเป็นภาวะโลกร้อน มลพิษทางอากาศ ปัญหาน้ำเสียและปัญหาทางภาคใต้ ซึ่งทุกคนก็ได้แสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่การแก้ปัญหาที่แท้จริงคือการป้องกันต่างหาก จึงควรปลูกฝังจิตสำนึกในการรักษาธรรมชาติ รักและเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากขึ้นลดความเห็นแก่ตัวลง เพราะเหตุการณืที่เกิดขึ้นทุกคนได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน และอยากฝากมห้ทุกๆๆคนช่วยกันประหยัดน้ำ ประหยัดพลังงานเพื่อโลกของเราและอนาคตของลูกหลานในวันข้างหน้าของพวกเราเองและกระตุ้นให้พวกเราทุกคนได้คิดถึงการสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต เรื่องการมอง vission ของหัวหินซึ่งฝิ่นเห็นว่าตอนนี้ก็เริ่มเกิดมลพิษต่างๆบ้างอย่างต่อเนื่องดังนั้นจึงเสนอการพัฒนาโดยใช้หลัก Biotechnology คือการใช้ชีววิทยาในการจัดการสภาพแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาหัวหินเพื่อ ความเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจพร้อมไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม

4.present chapter 3,4,5 ซึ่งอาจารย์ก็ให้คำชมทุกคนที่มีความตั้งใจในการแปลและpresent ได้ดีทำให้พวกเรามีกำลังใจในการอ่านมากขึ้นจริงๆนะค๊ะ ซึ่งจากข้อความในหนังสือก็เน้นถึงการเป็นผู้นำที่ดี เอกลักษณ์ของผู้นำ วิสัยทัศน์ กระบวนการภาวะผู้นะ ทักษะของผู้นำและคุณค่า ซึ่งอาจารย์ได้จัดเป็น บล็อกๆ แยกกันเพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจง่ายขึ้นเพื่อนๆที่ไม่ได้เข้าเรียนสามารถอ่านได้จากในชีทภาวะผู้นำหน้า 27 และอาจารย์ยมได้สรุปในบทสุดท้ายและมีคำคมที่เสนอแนะคือ "ถ้าธุรกิจขาดเงิน สามารถหายืมได้ แต่ถ้าขาดภาวะผู้นำไม่สามารถหายืมได้"

ทั้งนี้อาจารย์จิระเน้นถึงเรื่องทฤษฎี 8 K's, 5K's, 4L'sและทฤษฎี 3 วงกลม  เพื่อนๆ ที่ไม่ได้เข้าเรียนสามารถอ่านได้จากชีทเดียวกัน หน้า 9 และ 11

วิเคราะห์ภาวะผู้นำจาก ผู้หญิงแกร่งคนหนึ่งเธอคือ ออง ซาน ซูจี อยากหยิบยกตัวอย่างของผู้นำที่เป็นผู้หญิงบ้าง ที่มีความเสียสละเยี่ยงชาย และยึดมั่นในอุดมการณ์

จะมีผู้หญิงกี่คนในโลกนี่ที่พร้อมที่จะเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อประเทศชาติและพี่น้องร่วมสายเลือดทั้งๆที่มีโอกาสที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับสามีและลูกในต่างประเทศสิ่งที่แสดงออกมาถึงภาวะผู้นำที่ ออง ซาน ซูจีมีคือ

1.ทุนมนุษย์ คือเป็นคนที่มีความเสียสละ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์หรือความสุขส่วนต้ว

2.ทุนทางปัญญา ซึ่งเธอสามารถกระตุ้นให้คนพม่าคิดเป็นและกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นมากขึ้นดังตอนที่กล่าวว่า"อองซาน ซูจี มีคุณสมบัติทุกประการที่จะเป็นนักการเมืองที่สามารถของประชาชนพม่า และคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของเธอก็คือ ความกล้า..กล้าพูด กล้าวิจารณ์ แล้วก็กล้าท้าทายคณะทหานหรือสลอร์คมาโดยตลอด "

3.ทุนทางจริยธรรม เธอเป็นคนที่มีความเมตาและเห็นอกเห็นใจ มีความดีที่อยากให้ทุกคนอยู่อย่างมีความสุข

4.ทุนแห่งความสุข ถึงแม้เธอจะถูกกักบริเวรเป็นเวลาหลายปีแต่เธอก็มีความหวังและมีความสุขที่ทำให้คนพม่ามีความรักประเทศชาติมากขึ้น และเธอก็จะรอคอยวันที่พม่าจะมีประชาธิปไตย มีประโยคหนึ่งที่ว่า

"ดิฉันหวังว่าชาวพม่าเป็นจำนวนมาก จะตระหนักถึงสัญชาติญาณภายในที่กระตุ้นให้เราพยายามมองหาสวรรค์และเสียงอันหนักแน่น ที่คอยพร่ำบอกแก่เราว่า เบื้องหลังก้อนเมฆที่เรียงรายสลับซับซ้อน ยังคงมีพระอาทิตย์ที่คอยเวลาอันเหมาะสม ที่จะโผล่พ้นออกมาให้แสงสว่างและความอบอุ่นคุ้มครองแก่เรา"

5. ทุนทางสังคม ถึงแม้ว่าเธอจะถูกกักขังแต่เธอก็มีเครือข่ายที่สามารถ นำบทความของเธอไปตีพิมพ์และเผยแพร่ทั่วโลก และเชื่อว่าเธอได้รับความเห็นอกเห็นใจจากพี่น้องร่วมโลกเช่นเดียวกันดังเช่นตอนหนึ่งที่พูดว่า "ซูจี ยังคงมั่นคงอยู่กับความเชื่อในแนวทางสันติวิธีของเธอ และเลือกที่จะต่อสู้กับอำนาจเผด็จการทหารอยู่ภายในแผ่นดินเกิด เธอใช้ชีวิตภายใต้อิสรภาพที่ถูกจำกัด บันทึกเรื่องราวของประชาชนพม่าที่มีชีวิตขมขื่น ทุกข์ยาก ภายใต้เงื้อมมือเผด็จการ ซูจีบอกเล่าสถานการณ์ความเป็นไปในบ้านเกิดให้โลกรู้ผ่านตัวหนังสือ เรียกร้องต่อโลกภายนอก"

6.ทุนแห่งการสร้างสรร ถึงแม้ว่าความฝันของเธอจะล้มเหลวแต่ก็แสดงให้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึงอุดมการณ์ที่มุ่งมั่นของเธอ และไม่เคยท้อแท้

7.ทุนทางนวัตกรรม ความคิดที่จะทำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย เป็นความคิดใหม่ที่ไม่เคยมีใครกล้าคิดและกล้าทำมาก่อน จนทำให้เธอสามารถชนะการเลือกตั้งด้วยคะแนนที่ท่วมท้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเธอได้มีอุดมการณ์และปฏิบัติเพื่อให้บังเกิดผล ถึงแม่ว่าเหตุการณ์จะผลิกผันก็ตาม

8.ทุนแห่งความรู้   

ซูจีเริ่มทำ งานกับสำนักงานเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2512-2514 จากนั้นไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วิจัย กระทรวงต่างประเทศ ของรัฐบาลภูฐาน

9.ทุนทางอารมณ์ เธอสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี โดยไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่ต้องใช้กำลังในระหว่างหาเสียงหรือเกิดปัญหา เธอเดินเข้าหากระบอกปืนของพวกทหารด้วยมือเปล่า 13 ปี ของการใช้สันติวิธีต่อสู้กับ ความรุนแรงและอำนาจเผด็จการในประเทศพม่า ถึงอย่างไรก็ตาม นาง ออง ซาน ซูจี ยังใช้ชีวิตอย่างปราศจากความกลัว หากเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความหวัง และกำลังใจ ที่พร้อมจะยืนหยัดมั่นคงกับการร่วมต่อสู้เคียงข้างพี่น้องร่วมชาติของเธอบนแผ่นดินเกิด
ด้วยความเชื่อว่า "ความรักและสัจจะจะโน้มน้าวหัวใจมหาชน ได้มากกว่าการบังคับ และกำแพงคุกจะส่งผลสะเทือนต่อผู้ที่อยู่ข้างนอกด้วยเช่นกัน"

และมีคุณสมบัติตรงกับทฤษฎีของอาจารย์ยมอีกด้วยคือ 6 ท

  • ท่าที
  • ท้าทาย
  • ทน
  • เที่ยงธรรม
  • ทำ
  • ทบทวน

อย่างไรก็ตามจะขอเป็นกำลังใจให้ ออง ซาน ซูจี และจะรอวันที่เธอจะได้รับอิสระภาพ และสารฝันของเธอให้บรรลุเป้าหมายที่เธอตั้งไว้ เชื่อว่ายังมีคนในโลกนี้อีกมากมายที่คอยเป็นกำลังใจให้เธอเช่นเดียวกัน