บทเรียน กรณีปลาตาย
- สำหรับข้าพเจ้า ก็คือ "เหตุไฉนจึงต้องให้เกิดผล แล้วจึงหาว่าเหตุมาจากที่ใด"
- เหตุใดจึงต้องมีบทเรียน หมายถึงว่า เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นแล้วใช่หรือไม่ หรือหากมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เราจะได้นำวิธีการดังกล่าวมาใช้ได้อีกครั้งหนึ่ง
- แต่ก่อนที่จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นอีก เราน่าจะมีวิธีการป้องกันหรือบรรเทา ในภาวะการณ์บางครั้ง มันก็เลยจุดที่ว่าเราต้องมานั่งหาว่าอันไหนคือเหตุ อันไหนคือผล
- สระน้ำของสำนักงาน ฯ หากมองในภาพรวมก็คือสถานที่ที่ปลาอยู่อาศัย มีดอกบัวขึ้นบานสะพรั่งในตอนเช้า หรือสถานที่ที่มีศาลากลางน้ำให้เราได้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ เมื่อน้ำสะอาด ปลาว่ายวน อากาศก็ดี สดชื่น
- แล้วในวันหนึ่ง น้ำในสระน้ำส่งกลิ่นเหม็น จึงได้รู้ว่า ปลาตาย แล้วทำไมปลาถึงตาย ? ทุกคนในสำนักงาน ฯ ต่างให้ความสนใจและพร้อมที่จะแก้ไขโดยไม่ต้องทบทวนว่ามันเป็นหน้าที่โดยตรงของใคร
- เมื่อวันนึงเกิดวิกฤติ แต่ในภาวะวิกฤติก็ทำให้เห็นน้ำใจและศักยภาพของแต่ละบุคคลที่แสดงออกมา ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด ฝ่ายใด หรือในตำแหน่งหน้าที่การงานใด แต่เมื่อมีปัญหาที่มุ่งจะพร้อมแก้ไขไปในจุดเดียวกัน สุดท้าย จากแต่ละคน จากแต่ละฝ่าย ก็สามารถรวมเป็น 1 ได้ ด้วยความสามัคคี ช่วยกันคนละไม้คนละมือ จนในที่สุดทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี
- ช่วยกันสอดส่อง ดูแลคนละนิด คนละน้อย ใครเจอปัญหาตรงไหนก็สามารถบอกกล่าวกันได้ แม้สาเหตุหลักของปลาตายจะมาจากสภาวะโลกร้อน น้ำแห้ง ปลาขาดออกซิเจน หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่น้ำใจของเราชาว สสภ. 14 ไม่แห้งเหือดตามไปกับน้ำและความร้อน ใช่หรือไม่ ?