บทความแนวหน้า ฉบับวันที่ 22 พฤษภาคม 2553 หน้า 5
คนไทยทุกคนช่วยกันปรองดองคนในชาติ
ผมเขียนบทความในวันพฤหัสบดี ไม่ถึง 24 ชั่วโมงที่กรุงเทพฯและบางจังหวัดถูกวางเพลิงมากกว่า 40 จุด ในกรุงเทพฯประมาณ 30 จุดและศาลากลางใน 5 จังหวัด
สาเหตุที่เกิดขึ้น ฝีมือใคร? คงจะไม่พูดถึง เพราะยิ่งพูดยิ่งย้ำความขัดแย้งมากขึ้น
ผมคิดว่าวิธีการที่พวกเราทุกๆคนที่รักชาติ ควรจะทำก็คือ
- มองประเทศไทย แนวคิดบวก
- หันมาพึ่งตัวเองและพลังความคิดของสังคมที่จะช่วยประเทศให้รอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ให้ได้
ผมมั่นใจว่าถ้าดูประวัติศาสตร์ยาวนานของเรากว่า 500 ปี ประเทศไทยรอดพ้นจากอันตรายมาได้
การมีสติช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ บางเรื่องการเมืองก็ว่าไป บางเรื่องเป็นหน้าที่ของประชาชนก็ช่วยกัน
สิ่งแรกที่สำคัญคือ ต้องให้พลังปัญญาพลังความมุ่งมั่น การเอาชนะอุปสรรคของสังคมไทย ช่วยประเทศไทยทำงานร่วมกับการเมือง ข้าราชการและทหาร
แต่ถ้าคนไทยส่วนมากยังคิดว่าไม่ใช่ธุระของฉัน บางกลุ่มยังมีชีวิตสะดวกสบาย พอมีปัญหาก็เดินทางไปต่างประเทศหรือออกนอกเมือง หลังปัญหาคลี่คลายกลับมาเหมือนเดิมเพราะคนไทยไม่สนใจปัญหาของประเทศอย่างแท้จริง
ได้สนทนาลึกๆกับศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ ท่านให้แนวคิดดีๆไว้หลายอย่าง เช่
ท่านมั่นใจว่าความดีและความสำเร็จของชาติไทยในอดีตคงฟื้นฟูประเทศไม่ยาก อาจจะเร็วกว่าที่หลายคนคาดคะเนไว้ บางกลุ่มมองว่าประเทศของเราจมปลักกับการขัดแย้งอีกนาน ทำให้เขาสิ้นหวัง
การท่องเที่ยว อ.ไกรฤทธิ์ มั่นใจว่าถ้าร่วมมือกันจริงๆ ภายในเวลา 2 – 3 เดือนหรือน้อยกว่านั้นก็ฟื้นได้ เพราะความสงบสุขของไทยมีมาตลอด เหตุการณ์แค่ 2 – 3 วัน ในวันที่ 18 -19 พฤษภาคม 2553 คงไม่เปลี่ยนใจนักท่องเที่ยวในโลกได้ง่ายๆ
และอีกประเด็นหนึ่ง ความมีเสน่ห์ของชาติไทยในด้านการท่องเที่ยว อาหาร วัฒนธรรมและ ราคาที่ย่อมเยา ก็คงทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากมีทางเลือกไม่มาก
ผมทราบมาว่า มีหน่วยงานเอกชนหลายแห่งกำลังเสนอให้ประเทศไทยมีกิจกรรมที่สร้างและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาโลกปลายปีนี้ ซึ่งรัฐบาลกับเอกชนก็ต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังและทำงานให้สำเร็จ รวดเร็ว เช่น โครงการฯ Elite Model look World final 2010 ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศไทย
เรื่องการปรองดองกับกลุ่มต่างๆในสังคมไทย อ.ไกรฤทธิ์ ยังพูดถึงเรื่อง การยอมรับความหลากหลายของความสามารถที่แตกต่างกัน
และเรื่องทุนมนุษย์ในประเทศไทยว่าคงไม่ใช่แค่วัดจากความรู้ที่ได้มาจากประกาศนียบัตรหรือปริญญา ทุนมนุษย์ของชาวรากหญ้า ก็เป็นทุนมนุษย์ที่มีคุณค่า ที่ทุกๆคนในสังคมควรจะยอมรับ
เพราะทุกๆวันเขาเหล่านั้นต้องต่อสู้กับความไม่แน่นอนของธรรมชาติและราคาพืชผลที่ไม่แน่นอน เราคนไทยจะต้องเข้าใจความสำคัญของภูมิปัญญาของรากหญ้า และยกย่องนับถือ การวัดคนด้วยปริญญา ว่าคนนี้รู้เรื่องหมอหรือวิศวะ จะเก่งกว่าคนที่มีภูมิปัญญาท้องถิ่น การยกย่องภูมิปัญญาท้องถิ่น จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง
หรือการมองประเทศแบบเน้นความดี ความยุติธรรม มีคุณธรรม จริยธรรมมากกว่าวัตถุนิยมหรือการวัดจากความแตกต่างของรายได้ก็เป็นจุดที่สำคัญที่จำเป็นจะปรับวิธีสร้างการปรองดองของคนไทยยุคใหม่
อ.ไกรฤทธิ์ยังได้พูดต่อไปว่า เหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้คนไทยมีบทเรียนราคาแพงว่า สิ่งที่เราเคยมีอยู่ คือ ความสงบ ความมีจิตใจ รักชาติและพฤติกรรมที่ไม่รุนแรง การปรึกษาหารือกัน (Dialogue) ระหว่างคนในครอบครัว ระหว่างคนที่แตกต่างทางความคิด การมองสังคมที่แตกต่างกัน แต่ไม่แตกแยก จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ
การมองความแตกต่าง แต่ไม่แตกแยก แนวคิดอันนี้จำเป็นมากเพราะความแตกต่างในประเทศไทยและในโลกจะมีมากขึ้น ซึ่งภาษาวิชาการเรียนว่า Diversity
แต่ Diversity ต้องสร้างประโยชน์ไม่ใช่สร้างความแตกแยก มีตัวอย่างแล้วที่อเมริกา ตั้งแต่ มาร์ติน ลูเธอร์ คิง มาถึง โอบามา ซึ่งเขามองความหลากหลายของโลกให้เป็นพลังของสังคม
ผมและอาจารย์ไกรฤทธิ์ก็จะเป็นแนวร่วมกัน ใช้สื่อหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์และวิทยุ ช่วยให้ประเทศไทยในอนาคตมีการปฎิรูปและปฎิวัติ แต่ทำอย่างไทยนิ่มนวล อดทน สันติวิธี หรือที่ อ.ไกรฤทธิ์เรียกว่า Mild Revolution หยุดความรุนแรงครับ
คุณทักษิณ คนไทยเขารู้แล้วว่า คุณเป็นคนแบบไหน?
ภาพบรรยากาศ ที่ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ และคุณชนิตนันทร์ ปุณณนิธิ ได้สัมภาษณ์ ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ ออกในรายการคิดเป็น ก้าวเป็น กับดร.จีระ ทาง UBC 07 ทุกวันเสาร์ เวลา 23.00 - 23.30 น.


ภาพเหตุการณ์ การสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 - 19 พฤษภาคม 2553




