ความเห็น


คนเราจะเกิดมาฉลาดหลักแหลมหรือเป็นคนโง่ทึ่มนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุดยังคงเป็น "สมอง" เพราะสมองเป็นตัวที่จะรับรู้และสั่งการ ทำให้เรามีความคิดและการกระทำ ถ้าปราศจากการสั่งการจากสมองแล้ว เราคงจะทำอะไรไม่ได้เลย การจะเลี้ยงลูกให้ฉลาดขึ้น จะต้องพัฒนาที่สมองของลูกเป็นหลัก จึงต้องทราบว่าปัจจัยอะไรบ้างที่เกี่ยวข้อง และทำให้สมองเจริญเติบโตได้ดีและมีคุณภาพ ปัจจัยที่จะช่วยให้สมองพัฒนาได้ดีนั้นอาจแบ่งได้เป็น 3 อย่าง ดังนี้

1. พันธุกรรม

คือการถ่ายทอดความฉลาดมาจากพ่อแม่ สมองของลูกจะมาจากการกำหนดของลักษณะทางพันธุกรรมในเซลล์ของพ่อแม่ พ่อหรือแม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในเรื่องใด ลูกก็จะมีความสามารถอันนั้นด้วย อาจเรียกได้ว่าเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมา ทำให้บางคนทำเรื่องบางอย่างได้ง่ายกว่าคนอื่น เช่น เด็กที่เกิดในครอบครัวนักดนตรี ก็มักจะมีความสามารถทางดนตรีไปด้วย อาจใช้เวลาฝึกหัดเพียงเล็กน้อยก็เล่นดนตรีได้เลย อย่างนี้อาจมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรมก็ได้

2. อาหาร

เป็นปัจจัยสำคัญของการเจริญเติบโต ทั้งทางร่างกายและสมอง โดยเฉพาะในช่วงที่สมองกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วในเด็กอายุ 0-6 ขวบ การขาดสารอาหารจะทำให้เซลล์ของสมองเจริญไม่เต็มที่ ความฉับไวและประสิทธิภาพในการทำงานจะด้อยลงไป ยิ่งในเด็กเล็ก ๆ ที่ขาดสารอาหารมาก ๆ อาจทำให้สมองพิการปัญญาอ่อนไปได้

ฉะนั้นการกินอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัยจะช่วยพัฒนาสมองให้ฉลาดขึ้นได้เริ่มตั้งแต่อาหารของทารกแรกเกิดเลย ซึ่งต้องการน้ำนมแม่เป็นอาหารอย่างน้อย 4 เดือน จึงให้อาหารเสริมเพิ่มขึ้นตามส่วน อาหารที่ให้ควรเป็นอาหารที่สะอาดปราศจากโรค และมีสารอาหารครบถ้วน

การกินอาหารไม่ถูกต้อง การปล่อยปละละเลยไม่สนใจเรื่องกิน การกินอาหารไม่ได้เนื่องจากเจ็บป่วย การกินขนมมากเกินไปเลือกกินอาหารตามใจปาก หรือการกินอาหารที่ไม่มีคุณค่าเหล่านี้จะทำให้เด็กขาดสารอาหาร และสมองเติบโตได้ช้า ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กไม่ฉลาดไปได้ จึงควรสนใจเรื่องอาหารครบหมู่ให้มากไว้

3. สิ่งแวดล้อม

เป็นปัจจัยหนึ่ง ซึ่งมีผลอย่างมากสำหรับการพัฒนาของสมอง การที่เด็กได้อย่างในสภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้เด็กได้รับการเรียนรู้เพิ่มขึ้นนั่นคือ มีสิ่งเร้ากระตุ้นสมองให้ทำงานอยู่มากเพียงพอ เด็กทารกแรกเกิดนั้นก็มีการรับรู้ทางสมองแล้ว อย่าไปคิดว่าเด็กเล็ก ๆ ยังไม่รู้ประสีประสาอะไร สมองของเด็กสามารถรับข้อมูลได้ และต้องการข้อมูลป้อนเข้าสมองอย่างมาก การได้ยินเสียง ได้เห็นภาพ ได้เห็นการเคลื่อนไหว ได้สัมผัส ได้ดมกลิ่น ฯลฯ เหล่านี้เป็นสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ สมองที่ถูกกระตุ้นให้ทำงานมาก ย่อมได้รับความรู้และประสบการณ์มาก ทำให้เป็นคนฉลาดได้

ฉะนั้นเราจึงต้องจัดสิ่งแวดล้อมให้กับลูกของเราให้เหมาะสมตามวัย ให้เด็กได้รับสิ่งแปลกใหม่ ข้อมูลใหม่ ซึ่งเด็กมีความสามารถที่จะเรียนรู้ได้โดยไม่รู้ตัว และสิ่งเหล่านี้จะช่วยพัฒนาสมองให้มีการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และสามารถสั่งการออกมาได้อย่างฉับไว คิดได้เร็ว เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้เร็ว เป็นคนฉลาดได้อย่างที่เราต้องการ

ปัจจัย 3 ประการที่กล่าวมานี้ เราจะเห็นได้ว่ามีอยู่ถึง 2 ปัจจัยที่เราสามารถสร้างเสริมให้เกิดขึ้นได้ คือ ปัจจัยเรื่องอาหาร และสิ่งแวดล้อม เราสามารถจัดเตรียมให้พร้อมได้ แต่ปัจจัยเรื่องพันธุกรรมนั้น ค่อนข้างยากที่เราจะกำหนดกฎเกณฑ์ให้เป็นอย่างที่เราต้องการ ฉะนั้นการเลี้ยงลูกให้ฉลาดนั้นเราจึงควรทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ เราควรศึกษาวิธีการต่าง ๆ ที่จะช่วยลูกเราให้ฉลาด หาทางสนับสนุนให้ลูกได้ใช้ความสามารถของตัวเขาเอง ในการพัฒนาสมอง หาอาหารที่เหมาะสมให้กับเขาเป็นกำลังบำรุง เด็กทุกคนเกิดมาพร้อมด้วยสมองที่กำลังพัฒนา และอยากเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง พ่อแม่คือผู้ที่จะช่วยเหลือให้ลูกได้รับการพัฒนาทั้งทางร่างกายและ จิตใจ ตลอดจนการพัฒนาสมอง ถ้าพ่อแม่ละเลยไม่สนใจหรือขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องจะทำให้ลูกเสียโอกาสที่จะพัฒนาไปเป็นเด็กฉลาด หรือการปฏิบัติตัวของพ่อแม่ที่ไม่ถูกต้องอาจทำลายความสามารถที่เด็กมีอยู่ให้หมดไปก็ได้ การเลี้ยงลูกให้ฉลาดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป เพียงแต่เราต้องทราบวิธีการที่จะส่งเสริมลูก

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี