- ผมเห็นด้วยในหลายๆ ประเด็นที่ทุกๆท่านเสนอมานะครับ คิดว่าเป็นประโยชน์มากครับ
- การถามบางที ผมว่าหากกล้าที่จะถามก็ได้ถาม เพราะหากการถามนั้นมีความมั่นใจเพื่อที่จะเรียนรู้
- ส่วนคนตอบหากกล้าที่จะตอบที่จะให้ก็สามารถโยนคำถามได้ ผมมักจะโยนคำถามไปยังผู้ฟัง แบบท้าทายทั้งๆที่เราก็ไม่รู้หรอกว่าจะตอบอย่างไร แต่เราน่าจะเรียนรู้ไปด้วยกันได้ครับ
- สำหรับฝรั่งและไทยนั้นแตกต่างกันหลายเรื่อง ที่ผมเคยบอกว่า ครูถามเด็กไทยเสมือนยิงศรปักที่ยอด-อก ของเด็ก
- แต่หากคุณไปเอาเด็กตัวเล็กมาเทียบกันก็จะช่างถามเช่นกัน
- ที่ยกตัวอย่างเด็ก เพราะเด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันนี้
- ผู้ใหญ่หรือนักวิชาการ ก็เคยเป็นเด็กมาก่อน มีส่วนอยู่เหมือนกันจากอดีตในการชอบถาม อยากรู้ ชอบตั้งคำถามครับ
- ดังนั้นการนำเสนออะไรซักอย่าง ทั้งสองฝ่ายต้องจูนให้เข้ากันก่อน แล้วถึงจะไปด้วยกันได้ในเรื่องของการเรียนรู้
- สมมุติว่าผมไม่รู้เรื่องต้นไม้เลย ท่านอาจารย์พูดเรื่องต้นไม้ หากผมสนใจจริงแล้วน่าติดตามมาก อยากรู้ ผมก็ต้องหาทางถามจนได้ครับ
- สำหรับในเวทีวิชาการ นั้น บางที่หากไม่มีคำถาม ผู้พูดต้องชงประเด็น แม้ว่าเค้าไม่กล้าถามในที่ประชุมตอนนำเสนอ นอกรอบผมเชื่อว่าเค้าจะเข้ามาหา
- ผมเคยไปนำเสนอที่ CMM2002 ที่จัดที่เมืองไทย ตอนผมนำเสนอ หาคนถามยากมากครับ นศ. ไม่กล้าถามเลย ไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำนั่นมันเลิศเกินไป หรือว่าคนละสาขากันเลย
- แต่พอผมพบจบ มีน้องๆ เข้ามาคุยด้วยหลายคน ถึงที่มาที่ไป ทำอย่างไร อะไรประมาณนี้ครับ
- ผมเห็นด้วยนะครับ ในเรื่องการสนับสนุนให้มีการถาม ดังนั้น คนพูดกับคนฟังต้องจูนให้คลื่นส่งและรับมันสอดกันก่อนครับ
- ผมอยู่เยอรมัน ฟังสัมมนามาเยอะมากครับ เชื่อไหมครับ ว่าหลายๆ หัวข้อ ไม่รู้จะถามอย่างไร เราถามนอกรอบดีที่สุด เพราะว่าจะเข้าได้ถึงจริงๆ
- เพราะสาขาประยุกต์นี่ มันกว้างจริงๆครับ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกสาขา เชื่อมกันอยู่ด้วยปรัชญาที่มีรากมาจากศาสตร์เดียวกันครับ
- ขอบคุณมากนะครับ ท่าน อ.แสวง รักษาสุขภาพด้วยนะครับ