ฝากท่านช่วยดูแลมหาวิทยาลัยอื่นๆด้วยครับ
เพราะอธิการบดีบางท่านไม่ผ่านการประเมินในรอบ 6 เดือนและ 1 ปี แต่ท่านไม่รู้ว่าต้องพิจารณาตนเองเนื่องจากท่านคิดว่าท่านมาปราบมนต์ดำของมหาวิทยาลัย พวกเราทราบดีว่าท่านอธิการบดีท่านนีี้อาวุโสกว่าใครๆในคณะกรรมการอุดมศึกษาแต่ท่านมีเอกลักษณ์ของเอกบุรุษในอดีตที่เมาสุราเป็นอาจิณ แต่กลับตัวได้ในปัจจุบันแต่ชอบใช้ปากด่าว่าผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่เป็นนิจ ชอบคนสวยพูดจาไพเราะกับสตรีแต่ไม่สุภาพกับบุรุษ จนผลการประเมินไม่ผ่านทั้งสองครา
แต่ท่านทำบุญมาดีไม่มีใครกล้าบีบท่านออกเพราะในอดีต 8 ปีก่อนสร้างมหาวิทยาลัยนี้มาจนมีชื่อเสียง สภามหาวิทยาลัยยืดเวลาประเมินท่านออกไปอีก 30 วัน (ประเมินรอบ 3) และแต่งตั้งท่านกรรมการสภาเสียงส่วนน้อย 4 ท่านจาก 12 ท่านที่ไม่ให้ท่านอธิการบดีผ่านการประเมิน
อยากถามท่านอาจารย์ว่า ในฐานะที่ท่านเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยหลายสถาบัน ท่านคิดว่า case นี้กรรมการสภาละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ? เพราะ พรบ. มหาวิทยาลัยนี้ระบุว่าผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีต้องผ่านการประเมินรอบ 6 เดือนและ 1 ปี
ความเห็นส่วนตัว... คิดว่าท่านอธิการบดีท่านนี้ควรมีจิตสำนึกต่อมหาวิทยาลัยว่าการประเมินทั้ง 2 ครั้งท่านไม่ผ่านการประเมินควรพิจารณาตนเอง .....ด้วยการลาออก......แต่ท่านไม่สนใจการประเมินทั้ง 2 ครั้ง
ในฐานะที่ท่านอาจารย์เป็นประธานกกอ และนายกสภามหาวิทยาลัยหลายสถาบัน ขอความกรุณาท่านช่วยบอกท่านอธิการบดีท่านนี้ด้วยว่าสามัญสำนึกควรจะมีต่อองค์กรและอาจารย์ของสถาบันอย่างไร
ผมอยากเสนอว่ากรรมการสภาของมหาวิทยาลัยควรมาจากการเลือกตั้งไม่ใช่สรรหาจากกรรมการสภาที่เหลืออยู่และอธิการบดี เพราะระบบสรรหาดังกล่าวก่อให้เกิดการเล่นพวก เสมือนหนึ่งว่า กรรมการสภามหาวิทยาลัยมาจากการสรรหาของอธิการบดี และอธิการบดีมาจากการสรรหาของสภามหาวิทยาลัย (ผลัดกันเกาหลัง ใครคันก่อนใครเท่านั้นเอง)
มหาวิทยาลัยดังกล่าวกำลังจะหมดวาระของกรรมการสภาทำให้ไม่กล้าพอที่จะปลดอธิการบดีท่านนี้ เลยก่อให้เกิดการลำพองใจว่าเมื่อหมดวาระกรรมการสภาชุดนี้ ท่านอธิการบดีก็จะสรรหา (แต่งตั้ง) กรรมการสภามหาวิทยาลัยใหม่จากคนของท่านเองโดยการสรรหาและชี้นำของท่านอธิการบดีคนดังกล่าว ผลตามมาคือสภามหาวิทยาลัยคือตรายางของมหาวิทยาลัยไม่สามารถกำกับดูแลมหาวิทยาลัยได้เลย
ท่านลองคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ? ตลอด 3 ปีที่เหลืออยู่ และอีก 4 ปีในวาระที่ 2