เรียนท่านอาจารย์หมอที่เคารพ

หากมนุษย์มีจิตใจที่งดงามขึ้น มีสภาวะของจิตที่ละเอียด อ่อนโยน นอบน้อมถ่อมตน และมีปัญญาที่สูงขึ้น เอาใจเขามาใส่ใจเรามากขึ้น หรือกล่าวว่า “รักผู้อื่นเหมือนรักตัวเอง” เมื่อถึงเวลานั้นก็จะเข้าสู่โลกของพระศรีอารย์ ดังที่ท่านพุทธทาสกล่าวว่า “โลกพระศรีอารย์อยู่แค่ปลายจมูก” เวลานี้ความเจริญทางวัตถุมากขึ้น แต่ความงดงามทางจิตใจ นั้นค่อนข้างขาดแคลนมาก แต่อย่างไรก็ตามกระผมเชื่อว่า มื่อสังคมมนุษย์เปลี่ยนกระบวนทัศน์ แล้ว  มนุษย์มีวิถีชีวิตและทำงานด้วยความรักเมตตาต่อทั้งเพื่อนมนุษย์ ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและโลกได้พร้อมๆกันทั่วโลก กระบวนทัศน์ใหม่นี้ จะทำให้โลกเราจะเข้าสู่ยุคพระศรีอารย์ทันที แต่สาเหตุการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในระดับอภิมหาความยิ่งใหญ่เช่นนี้คือสิ่งที่ เราๆท่านๆคงไม่ทราบต้องอาศัยภาวะการเปลี่ยนด้วยวิธีใด... แต่ทั้งนี้ประโยคคำพูดนี้ ที่ท่านพุทธทาสกล่าวไว้ ก็อาจจะมีปริศนาธรรมซ่อนอยู่ลึกหลายแง่หลายมุมก็เป็นได้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าท่านเป็นพระอริยะสงฆ์ เป็นเนื้อนาบุญและปราชญ์ของโลก กระผมคึิดว่าสิ่งสำคัญคือ ประโยคที่ท่านกล่าว ปุถุชนเราๆท่านๆก็ควรนำไปคิด พิจารณา ทบทวน และนำไปพัฒนาตัวเองไปด้วย เพราะโลกของพระศรีอารย์ ยังอยู่ใน “ห้วงคำนึงของความคิด ความคาดหวัง”  เป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง คงจะดีไม่น้อย หากเราช่วยกันทำเพื่อต่อเติมฝันเพื่อสร้างสังคมแห่งสันติสุข ที่เรียกว่า โลกของพระศรีอารย์ หรือโลกของพระศรีอริยะเมตไตร  ครับผม

ด้วยความเคารพครับผม

นิสิต (แก้ไขครับผม)