สวัสดีครับคุณณิช
ประเด็น**ถ้าจะกล่าวว่าการส่งผ่านยีนสามารถปรับแต่งได้ด้วยวาสนา อันนี้ไม่เป็นที่ยอมรับทางวิทยาศาสตร์ เพราะกระบวนการถ่ายทอดยีนจากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง มีการพิสูจน์และมีหลักฐานชัดเจน และไม่มี "วาสนา" มาเกี่ยวข้องใด ๆ ค่ะ
ต่อประเด็น** คำว่าวาสนา โดยทั่วไปจะแปลว่าชะตาลิขิต อย่างเช่นบุญพาวาสนาส่ง อย่างนี้เป็นต้น แต่ความหมายในภาษาบาลีจะแปลว่า การกระทำจนเคยชิน ยกตัวอย่าง
ทำไมยีราฟคอยาว เพราะวาสนา(การกระทำจนเคยชินของบรรบุรุษ )ในการแสวงหาอาหารในที่สูง นำไปสู่กระบวนการมิวเตชั่น เป็นต้น แต่ก่อนจะไปสู่การปรับแต่งทางพันธุกรรมทางธรรมชาติ หรือการผ่าเหล่าทางธรรมชาติ ก่อนไปจะไปสู่การกระทำ จะเริ่มจากจิตหรอืเจตนาก่อนเสมอครับ
และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคนในชาตินี้ อาจกลายเป็นอีกาในชาติหน้าได้ครับ
ตัวอย่างที่๒
เกย์,ตุ๊ด,ทอมพูดกันในชาตินี้แหละครับ ไม่ต้องชาติไหนหรือหลายเจเนเรชั่น ทำไมผิวของเขาบอบบางลงนุ่มนวลขึ้นหรือกรณีทอมกร้านขึ้น เพราะเจตนาในใจเขาสั่งซ้ำให้เกิดการกระทำว่า ฉันเป็นหญิงฉันเป็นชาย กำลังที่สะสมนี้มีผลต่อรูปร่างกายของเขา พฤติกรรม และพัฒนาการ และสัมพันธไปถึงระดับเล็กกว่าโมเลกุล
ตัวอย่างที่๓ ถ้าเราอ่านหนังสือบ่อยบ่อยทุกวัน วันไหนไม่อ่านเราจะอึดอัดใช่ไหมครับ? ตรงนี้วาสนาจะมีผลแล้ว สายตาเราเริ่มปรับตัวใช่ไหมครับ?
ประเด็น**IQ & EQ คงไม่ใช่สาเหตุของสังคมแห้งและแล้งน้ำใจ น้ำใจคนมีค่าเกินกว่าจะประเิมินด้วย IQ & EQ ค่ะ ข้อสรุปของคุณที่ว่าคนที่มี IQ สูงแล้งน้ำใจ คงเป็นคำกล่าวที่ดูไม่มีน้ำใจสำหรับคน IQ สูงสักเท่าไหร่นะคะ
ต่อประเด็น*เห็นด้วยครับ ว่าผมไอคิวไม่สูงสักเท่าไร?เพราะจำได้ว่ามีแต่เพื่อนเพื่อนในกลุ่มที่ได้ที่๑-๑๐ของประเทศ(มัธยมปลาย+เอ๊นทรานซ์คะแนนสูงสุดในสายวิทย์ ) แต่ผมไม่เคยได้ครับ ทั้งที่พยายามฝึกฝนเต็มที่แล้ว แต่ช่างเถิดครับผมไม่ได้ให้ค่าไอคิวหรือการสอบได้อันดับต้นต้นของประเทศ( ตอนนี้นะครับแต่ตอนเด็กเด็กก็ให้ค่าอยู่ครับ )
ประเด็น** คุณคงเข้าใจว่า คำว่า "แห้ง" ผิดไป อ.ไสวท่านคงหมายถึงความรู้แบบแห้ง ๆ เช่น เรียนไปวัน ๆ หนึ่งโดยไม่มีความรู้สึกอะไรใด ๆ ในเนื้อหาวิชาที่เรียน สักแต่ว่าเรียนเพื่อให้จบ และพ้น ๆ ไป (ถ้าผิดขออภัยด้วยนะคะอาจารย์)
ครับ**เห็นด้วยครับ เขาเรียกว่าการต่อยอดความคิดในบล็อคไงครับ ที่กำลังทำกันอยู่นี้ คือไม่จำต้องไปในไอเดียของเจ้าของบล๊อค ถ้าอย่างนั้นจะมีการจัดการความรู้ไปทำไมครับ?
โจทย์คือไอเดียของเจ้าของบล็อค(สมมติเจ้าของบล็อคไม่ใช่อาจารย์ ท่านจะมีพฤติกรรมแบบนี้ไหม? )นำไปประยุกต์ใช้ได้ดี ? หรือการต่อยอดทำให้เกิดมุมองต่างต่าง ผู้อ่านเชิญเลือกเอาเองตามอัธยาศัยครับ
เขาเรียกว่ากิจกรรม knowledge management ไม่ใช่หรือครับ?