สวัสดี เน้อ เฮาขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของวีรบุรุษผู้กล้าผู้นี้ด้วย นี่คือคำไว้อาลัยที่เฮาคัดมาจากเพื่อนของผู้กล้าผู้นี้
อาลัยเพื่อนรัก
ได้รับเมลจากกลุ่มเพื่อนเซนต์ฯตอนเช้า ใจมันหาย! คิดขัดแย้งในใจว่าอย่ามาล้อเล่นกันอย่างนี้มันแรงไป แต่ในใจลึกๆก็รู้ว่าคงปฏิเสธความจริงคราวนี้ไปไม่ได้ ผมยังคงติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวตามสื่อต่างๆจนในที่สุดต้องยอมจำนนและรับต่อ ความเป็นจริง..เมื่อปลายปี 52 ตอนงานเลี้ยงรุ่นผมยังได้เจอและ ทักทายกันอยู่เลย..เพื่อนคนนี้พวกเราจะเรียกเหมือนๆกัน คือ "ไอ้ร่ม" ผมมาได้เรียนร่วมชั้นกันในช่วงมัธยมปลายซึ่งความจริงก็อยููู่ใน รั้วแดนอโศกด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ เมื่อมาได้เรียนร่วมชั้นกันก็รู้สึ กว่าเพื่อนเราคนนี้มันแรงว่ะ ในความหมายที่ว่า เอาจริง เอาจัง กับการเรียนและกิจกรรม ทำงานรวดเร็ว มีการวางแผนงานและบรรลุเป้าหมาย เสมอ ครั้นเมื่อเรียนจบต่างก็แยกย้ายกันไปตามหนทางที่แต่ละคนเลือก กันไว้ "ร่ม" ก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้เดินตามฝันและความปรารถนาที่เขาได้ ตั้งใจไว้ด้วยความมุ่งมั่นจริงจังเหมือนเช่นสมัยที่เรียนด้วยกัน..ผม มักจะได้พบกันกับ"ร่ม"เมื่อมีการเรียกประชุมคณะกรรมการเลี้ยงรุ่น แต่หากไม่เจอกันก็จะได้รับรู้ข่าวคราวจากการสนทนากับกลุ่มเพื่อนๆ อยู่เสมอ (มีครั้งหนึ่งเราได้มาประชุมด้วยกันเช่นเคย วันนั้น"ร่ม"มาทีหลัง ท่าทางกระหืดกระหอบคงเนื่องจากงานที่หนัก มาถึงทักทายเพื่อนแล้วก็สั่งอาหาร ซึ่งวันนั้นเราประชุมกันที่จิตรโภชนาลาดพร้าวอันเป็นสถานที่ๆพวกเราใช้เสมอ เพราะเป็นของเพื่อนเซนต์ฯด้วยกัน อาหารที่"ร่ม"สั่งก็เป็น"ราดหน้ารวม มิตรทะเล" เมื่อพนักงานยกมาเสริฟผมได้เห็นก็รู้สึกว่าน่าทาน จึงสั่งบ้าง จากวันนั้นถ้าผมไปทานอาหารที่จิตรฯผมก็จะสั่ง"ราดหน้ารวม มิตรทะเล"และนึกถึงเพื่อนทุกครั้ง) ซึ่งผมก็ดีใจหากเพื่อนมีความ เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานและเป็นห่วงเมื่อได้รับรู้ว่าเขา ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อันตราย..ผมมีความเชื่อเสมอว่าเพื่อนเราคน นี้มันเก่งและจะเอาตัวรอดได้ เพราะอนาคตที่ดีรอเขาอยู่ข้างหน้า และเขาจะมุ่งมั่นเดินทางไปจนถึงจุดหมายปลายทางที่เขาได้ตั้งใจ ไว้..ผมไม่ค่อยได้ไปสวรเสเฮาฮากันมากนักแต่ทุกครั้งที่พบกัน ผมจะได้รับคำทักทายจากเพื่อนรักคนนี้เสมอ "เฮ้ย ไอ้ชัค" "เฮ้ย ไอ้ร่ม" สัมผัสมือกัน ตบบ่า แ้ม้กระทั่งการโอบกอด มันเป็นประโยคที่สั้นมากแต่ก็เพียง พอที่จะบอกถึงความหมาย จากน้ำเสียง สายตาและสัมผัสที่แสดงความรู้สึกต่อ กัน ผมเข้าใจและรู้สึกถึงความหมายของคำว่าเพื่อนมากกว่าคำบรรยาย ใดๆ มันบริสุทธิ์ จริงใจ ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง และไม่ต้องการผลตอบแทนใดๆทั้งสิ้น.......ที่สุดแล้ว..ในคืนวันที่ 10 เม.ย 53..วันเวลาแห่งการพลัดพรากก็เดินทางมาถึง..มนุษย์หนีความจริงที่ แน่นอนของชีวิตไปไม่ได้ เพื่อนรักคนนี้ก็เช่นกัน ถึงแม้จะต้องจากไปก่อนเวลาอันควรแต่เพื่อนก็ได้มอบของขวัญที่ยิ่ง ใหญ่ไว้ให้แก่ทุกๆคน ทุกๆสิ่ง และแก่แผ่นดินเกิดผืนนี้ เท่าที่ลูกผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ผมดีใจที่ในชีวิตนี้ได้มีโอกาสที่มี เพื่อนที่ดีเช่นนี้..และที่จริงแล้วเพื่อนรักคนนี้ก็ไม่ได้จากผม ไปไหนเลย"ร่มเกล้า ธุวธรรม"...เขาจะยังคงอยู่ในใจของผมเสมอและตลอด ไป...
ด้วยรัก
ซ.ค.13183