"คนไทยเราจน จนถึงเลือด ถึงเนื้อ" เป็นคำพูดที่สะท้อนให้เห็นความยากจนที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในสังคมไทย คือยากจนจนเป็นโรคโลหิตจาง และขาดสารอาหารที่จำเป็นต่างๆ ซึ่งแน่นอนมีผลที่ติดตามมาอีกมากมายภายใต้ความยากจนนี้ เช่นโอกาสในการศึกษาน้อย โอกาสในการเข้าถึงบริการน้อย โอกาสเจ็บป่วยสูง เป็นต้น แต่สิ่งที่ผมเห็นคนยากจนนั้นจนจริงๆคือ "การจนโอกาสและจนปัญญา" (ไม่รู้จะมีทางออกอยู่ที่ไหนในสังคม) เพราะในมุมมองของเขามองไปทางไหนก็มองไม่เห็นอนาคตและหนทางที่จะช่วยเหลือตัวเองได้(ไม่ค่อยมีทางเลือกมากนัก) ซึ่งถ้ามองมุม ทุนมนุษย์ (Human Capital) ผมคิดว่าเราในฐานะผู้บริหารระบบบริการสุภาพชุมชนของรัฐควรที่จะต้องสร้างโอกาสให้กับคนยากจนเหล่านั้น โดยยืนอยู่บนหลักการพึ่งพาตนเอง การมีส่วนร่วมและเรียนรู้ร่วมกันในการหาทางออกโดยมีอริยสัจ ๔ เป็นจุดเริ่มต้น เพื่อเป็นการพัฒนาสติปัญญาของคนยากจน ขณะเดี่ยวกันเราก็จะได้เรียนรู้ชีวิตคนจนและพัฒนาสติปัญญาของตัวเราและเจ้าหน้าที่ไปพร้อมกัน ซึ่งเราต้องเรียนรู้ชีวิตจริงของคนยากจนอย่างแท้จริงเท่านั้น จึงจะช่วยพาเขาออกจากกับดักของความยากจนได้(อย่าคิดแทนคนยากจน)

ในฐานะที่ผมเป็นผู้บริหารระบบบริการสุขภาพชุมชน จะมีแนวทางการพัฒนาระบบบริการในความรับผิดชอบ ๒ เรื่องคือ

๑.การพัฒนาโอกาส เป็นการพัฒนาระบบต่างๆที่เอื้อต่อการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพชุมชน ภายใต้บริบทของชุมชน และสังคมนั้นๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม รวมทั้งมีการประเมินและติดตามระบบนั้นๆอย่างใกล้ชิด

๒.การพัฒนาสติปัญญา เป็นการพัฒนาการเรียนรู้ ให้รู้จักพื้นฐานของตนเองอย่างแท้จริง ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและอริยสัจ ๔ โดยเฉพาะมรรค ๘ ภายใต้สถานะของเพื่อนมนุษย์(ไม่ใช่ผู้สั่งการหรือครอบงำชีวิตเขา)และเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยมีเป้าหมายให้เขายืนได้ด้วยตัวเขาเองในที่สุด

ซึ่งผมจะมาเขียนต่อในภาค ๒ ต่อไปครับ