- ความเหลื่อมล้ำในสังคมมีจริง
- การแก้ปัญหาหาความเหลื่อมล้ำต้องให้เกิดผลระยะยาว คือ คนจนยืนได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน และพอเพียง
- ความยั่งยืน คือ เมื่อ เม็ดเงินหรืออะไรที่ใสเข้าไปหยุด พวกเขาต้องยืนต่อไปด้วยตัวเอง...นั่นคือ ...ไม่ติดการพึ่งพา
- ความพอเพียงไม่ใช่การต้องการรายได้มากเท่าคนเมือง...ความพอเพียงไม่ใช่การมีวัตถุ...การมีมือถือ...การมีรถจักรยานยนต์...การมีโทรทัศน์...ด้วยเงินอนาคต
- ความพอเพียงคือ การประมาณตน และแสวงหาความสุขจากสิ่งที่มีอยู่โดยไม่โหยหาสิ่งที่เกินกำลังตน
- การที่ใครสักคนลดความเหลื่อมล้ำเป็นสิ่งควรสรรเสริญ แต่ต้องคำนึงถึงความยั่งยืน และพอเพียง ไปในขณะเดียวกัน
- ถ้าใครสักคนทำสิ่งนี้เพื่อให้ตนเองได้รับสิ่งตอบแทน...ได้รับอำนาจเหนือ...เขาคนนั้นไม่ควรได้รับการสรรเสริญ
- พี่ไม่เคยปฏิเสธความเหลื่อมล้ำว่ามีอยู่จริง...เพราะพี่เคยจน...เคยเป็นคนทำนา..คนขายของเลี้ยงชีพ คนหนักเอาเบาส้...และพอใจกับความพอเพียง
- มีห้างใหญ่เกิดขึ้นในตัวจังหวัดที่เรียกว่า "Complex" คือมีทุกอย่างที่พร้อมจะดูดเงินในกระเป๋าผู้คน ไม่ว่าจะมีเงินในกระเป๋ามาก มีเงินในกระเป๋าน้อย คนที่บ้านชวนไปเดิน พี่ไปเดินแต่พี่ไม่รู้สึกมีความสุขกับที่แห่งนี้ แม้จะชอบดูหนัง ชอบร้านหนังสือ ชอบร้านอาหาร ชอบร้านไอศครีม
- พี่คิดไปถึงพ่อค้า แม่ขาย รายเล็กรายน้อย ที่ยังชีพด้วยการค้าขาย พวกเขาถูกแย่งลูกค้าโดยห้างใหญ่...รายได้พวกเขาหายไป
- พี่คิดถึงคนที่รู้จักมักคุ้นว่าเงินเดือนเขาไม่มากมายที่มานั่งทานอาหารมื้อละเป็นพันนั่งทานไอศครีมถ้วยละร้อย แล้วกลับไปนับเงินในกระเป๋าพบว่าเงินที่เผลอจ่ายไปครอบครัวสามารถใช้ซื้ออาหารธรรมดาๆ กินได้หนึ่งสัปดาห์
- ระยะหลังพี่ใคร่ครวญเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคมมากกว่าเก่า....ว่าจริงหรือที่ปัญหานี้...นำไปสู่ความแตกแยกในสังคมได้ขนาดนี้