กลุ่ม ๕           

Learning Forum เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๐  ต้องยอมรับว่าสุดยอดทั้ง รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ และ ศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ ทั้ง ๒ ท่าน เป็นนักเศรษฐศาสตร์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย โอกาสที่จะได้ฟังแนวคิดที่มีการประยุกต์และประสานระหว่างเศรษฐศาสตร์กับวัฒนธรรมอย่างกลมกลืนนั้นไม่ได้มีมากนัก           

              อาจารย์สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ชี้ให้เห็นทั้งโลกาภิวัตน์ว่าครอบคลุมไปทุกหนทุกแห่ง การปะทะทางวัฒนธรรม หรือ สงครามทางวัฒนธรรม นับวันจะรุนแรงและรุนแรงมากยิ่งขึ้น อาจารย์ยังได้ชี้ให้เห็นว่าโลกาภิวัตน์ ไม่ได้มีผลในทางลบอย่างเดียวแต่มีผลในทางบวกด้วย โดยเฉพาะเป็นกระบวนการที่จะทำให้สังคมของเราเข้าไปสู่ระดับนานาชาติ สังคมไทยจะต้องตั้งรับ การครอบงำทางอารยธรรมให้ได้ โดยมีแนวทางคือ

๑.     ต้องฝึกคนในประเทศให้มีระบบคิดที่เป็นเหตุเป็นผล และต้องยอมรับจุดอ่อนของตนเอง อย่าหลงตนเองจนเกินไป

๒.   สังคมจะต้องไม่ผูกขาดความฉลาด ต้องหัดขอโทษในความผิดผลาดที่เกิดขึ้น           

               อาจารย์สมชายได้ทิ้งท้ายไว้ว่า การรับอารยธรรมจากภายนอกเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จำเป็นต้องยอมรับเพื่อความอยู่รอด แต่เมื่อรับมาแล้วจะต้องนำมาใช้อย่างฉลาด ผสมผสานกับพื้นฐานของเราให้เป็นระบบและสมดุล สร้างมูลค่าเพิ่มจากเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่เรามีอยู่แล้ว โดยเฉพาะเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม           

                อาจารย์สมภพ มานะรังสรรค์ นักเศรษฐศาสตร์ระดับสุดยอดอีกท่านหนึ่งของประเทศไทย อาจารย์ได้ชี้ให้เห็นถึงเครื่องมือสำคัญในการบริหาร คือความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล จะต้องรู้จักนำข้อมูลไปสร้างองค์ความรู้ และนำภูมิปัญญาที่เรามีอยู่มาผสมผสานเพื่อสร้างวิสัยทัศน์ ที่สามารถจะแข่งขันได้ในท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ เราต้องรู้จักสร้างผลผลิตที่แตกต่างจากคู่แข่งโดยนำเอา Cultural Factor และ Historical Factor มาใช้ประโยชน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางการผลิต           

               การแข่งขันทางเศรษฐกิจในปัจจุบันท่ามกลางการแข่งขันอย่างรุนแรง เพราะคู่แข่งที่มีเพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยจะต้องปรับระบบเศรษฐกิจในแบบ Collection Economy และ Production Economy ให้เป็นแบบ Service Based Economy ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบกว่าคู่แข่งอื่น ๆ เนื่องจากเรามีภูมิหลังทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ที่ยาวนานา เพราะมีความน่าสนใจ หากเราสามารถนำความได้เปรียบดังกล่าวนั้นมาสร้างมูลค่าเพิ่มในผลผลิตได้

                                                            กลุ่ม ๕

                   นายอนันต์  ชูโชติ                 เลขที่ ๔๐

                   นางวิลาวัณย์  ทรัพย์พันแสน  เลขที่ ๔๗

                   นางยุพา  ประเสริฐยิ่ง              เลขที่ ๓๓

                   นางสุรีย์รัตน์  วงศ์เสงี่ยม         เลขที่ ๑๒

                  นางวรรณนี     ภูมิจิตร            เลขที่ ๒๖

                   นางสาวนัยนา  แย้มสาขา        เลขที่ ๑๙ 

                  นางอัญชนา  วิริยประสิทธิ์      เลขที่ ๕