สวัสดีครับอาจารย์

ประเด้น*ฮา ๆ เอิก ๆ...แสดงว่ามีหลักฐานถ้าเราต้องการค้นหาจริง ๆ

ต่อประเด็น** หลักคิดนี้ผิดครับ เสมือนสมัยก่อนที่เชื่อกันว่าโลกแบน  ก็มาจากหลักคิดนี่แหละครับ แปลว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น(ไม่จำต้องถูกเสมอไป ) หรือใครใครเขาก็เชื่อกัน ทำให้สังคมจำต้องมีงานวิจัยไงครับ

ประเด็น**เมื่อพูดไม่ได้บรรยายไม่ถูกแล้วเราไม่เสียเวลาไปกับสิ่งเหล่านี้หรือ...ฮา ๆ เอิก ๆ

ต่อประเด้น**ไม่ใช่ครับอาจารย์ เมื่อใช้ภาษาไม่ได้ เราก็ไม่ใช้ภาษาครับ(วิธีการเข้าถึงองค์ความรู้ )  ยกตัวอย่างถ้าเราจะสอนลูกว่าความสุขในการทำความดีเป็นอย่างไร? น้ำใจนักกีฬาเป็นอย่างไร?ความรัก/เมตตาเป็นอย่างไร? ลูกไม่มีทางเข้าใจ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่ทำให้ประจักษ์ ให้เข้าถึงโดยการประจักษ์แจ้ง ไม่ไช่ฟัง-อ่าน-คิด-เขียนครับ

 

การประจักษ์ นี่ในบางตำราใช้คำว่าบรรลุ แต่ผมคิดว่าคำว่าประจักษ์ใกล้ความหมายมากกว่า ยกตัวอย่าง ถ้าเด็กไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่/บุคคลใดใดเลย เด็กคนนั้นจะรักเป็นไหม? เด็กคนนั้นจะเข้าสู่สภาวะธรรม"เมตตา-กรุณา" เป็นหรือ? ตรงกันข้าม ไม่ว่าจะเอาหนังสือเรื่องเมตตาหรือควมรักกี่เล่มให้เด็กอ่านก็ตาม  โอกาสเด็กจะประจักษ์แทบเป็นไปไม่ได้

 

ตรงนี้เขาเรียกว่าการเข้าถึงองค์ความรู้ด้วยการจัดการความรู้ (มรรควิธี ) ที่ไม่ใช่สุตตวิธี ไม่ใช่จินตวิธีแต่เป็นภาวนาวิธี