เจริญพร โยมวิชิต
อาตมาขอตอบไปตามความรู้เล็กๆน้อยๆเท่าที่มีและค้นมาจากตำราให้คุณโยมทราบ คำว่า วาสนาและบารมีนั้น เป็นคำที่แยกกันจริงแต่มีความเกี่ยวเนื่องกันด้วย อย่างวาสนาต่ำต้อย เราสามารถปฏิบัติเพื่อให้ มีวาสนาสูงได้
ส่วนหลักโภคทรัพย์นั้นในหนังสือ นวโกวาท หมวดคิหิปฏิบัติ มีอยู่ 5 อย่างคือ
1. การเลี้ยงตัวเอง และมารดา บิดา บุตร ภรรยา บ่าวไพร่คนรับใช้ ให้เป็นสุข
2. เลี้ยงพรรคพวกเพื่อฝูงให้เป็นสุข
3. บำบัดอันตรายที่เกิดแต่เหตุต่างๆ เช่นรักษาพยายาลและอื่นๆ
4. ทำพลี 5 อย่างคือ ญาติพลี สงเคราะห์ญาติ อติถิพลี ต้อนรับแขก ปุพพเปตพลี ทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย ราชพลี ถวายเป็นหลวง ความหมายถึง การเสียภาษีเงินได้ประจำ เทวตาพลี ทำบุญอุทิศให้เทวดา
5. บริจาคทานให้สมณะผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
ข้อสุดท้ายอาจยาวไปหน่อย สมัยหลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว พระอรหันต์สาวกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านพระอานนท์และพระอุบาลี ได้จำพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าบัญญัติแล้ว ด้วยการจำสืบๆกันมา คือท่องจำปากเปล่ากัน
เอารวบรัด พอหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วได้ 236 ปี พระมหินทมหาเถระเจ้า ผู้เป็น พระราชโอรสของพระเจ้าอโศกมหาราช ได้นำพระธรรมวินัย ไปประดิษฐาน ในประเทศศรีลังกาแล้ว พุทธบริษัทชาวสิงหลที่ได้จำพระธรรมวินัยมาโดยมุขปาฐะ(จำด้วยการท่อง) คิดเห็นว่า กาลต่อไป คือหลังจาก 500 ปี ที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระอรหันต์เจ้าทั้งหลาย มองเห็นความเสื่อมถอยทางปัญญาของคนรุ่นต่อไป คือไม่มีใครท่องจำกันด้วยปากเปล่าแล้ว
จึงได้จัดประชุมกันลงมติ ให้เขียนพระธรรมวินัย เป็น ตัวอักษร จารึกลงในใบลาน ชาวพุทธถือว่า เป็นการ สังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่ 4 ซึ่ง กระทำ ณ ประเทศศรีลังกา ต่อมาภายหลัง นักปราชญ์ผู้แตกฉานพระไตรปิฏก ได้แต่ง คัมภีร์อรรถกถา คัมภีร์ฎีกา เพื่อให้ ง่ายต่อผู้ที่ต้องการศึกษาพระธรรมวินัย จนพระพุทธศาสนา ได้เจริญรุ่งเรือง มาจวบจนถึงคนรุ่นเราและรุ่นต่อๆไป.
เจริญพร