สวัสดีค่ะคุณสุดปฐพี

            Key Word 2 คำที่คุณสุดปฐพีสงสัยว่า จะเกี่ยวพันกับ KM อย่างน่าสงสัย คือ มุขปาฐะกับสังคายนา 

                มุขปาฐะ เป็นวิธีการศึกษาการเรียนรู้แบบเก่า สมัยที่หนังสือหายาก จำต้องอาศัยการท่องบ่นทรงจำแบบปากเปล่าหรือแบบปากต่อปากเป็นพื้น แม้พระไตรปิฏกก็ทรงจำกันมาแบบมุขปาฐะนี้ โดยมีการสวดสาธยายพร้อมๆ กัน เท่ากับสอบทานกันไปในตัว แม้ปัจจุบันการสวดมนต์ของพระในพิธีต่างๆ ก็สืบเนื่องมาจากแบบมุขปาฐะนี้

            สังคายนา หมายถึง การรวบรวม การเรียบเรียง การร้อยกรอง การสะสาง

การสวดพร้อมกัน การสวดเป็นแบบเดียวกัน ฯ คือพระธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรง

แสดงไว้....มีมากเพื่อให้พระธรรมเหล่านั้นเป็นหมวดหมู่ และเป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่า

พระธรรมคืออย่างนี้       ที่นอกจากนี้ไม่ใช่พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ดังคำกล่าวของท่านพระมหากัสสปตอนปรารถการทำสังคายนาว่า


                    ..............................................................เอาเถิด   ท่านทั้งหลายพวกเราจงสังคายนาพระธรรมและพระวินัยเถิด     ในภายหน้าสภาวะมิใช่ธรรมจักรุ่งเรือง    ธรรมจักรเสื่อมถอย    สภาวะมิใช่วินัยจักรุ่งเรื่อง    วินัยจักเสื่อมถอย  ภายหน้าอธรรมวาทีบุคคลจะมีกำลัง   ธรรมวาทีบุคคลจักเสื่อม    อวินยวาทีบุคคลจักมีกำลังวินัยวาทีบุคคลจักเสื่อมกำลัง. 

                   
     การทำสังคายนาพระธรรมวินัยที่ปรากฏในพระไตรปิฎกและอรรถกถา   อันเป็นที่

รับรองกันโดยทั่วไปคือ  ๓ ครั้ง 

ครั้งที่ ๑ หลังพระพุทธองค์ปรินิพพานประมาณ ๒ เดือน     ท่านพระมหากัสสปเป็น

ประธานพร้อมด้วยพระอรหันต์ ๔๙๙ รูป  

ครั้งที่ ๒ หลังปรินิพพาน   ๑๐๐ ปี  ท่านพระเรวัตตะและพระอรหันต์ ๗๐๐ รูป   

ครั้งที่ ๓ หลังปรินิพพาน ๒๓๕ ปี ท่านพระโมคคัลลีบุตรและพระอรหันต์ ๑,๐๐ รูป

             ดังนั้น 2 คำที่สงสัย  จึงน่าจะเป็นเครื่องมือในการแลกเปลียนเรียนรู้ จนเกิดองค์ความรู้ผ่านวิถีชีวิต จากรุ่นสู่รุ่น มาจนทุกวันนี้  จึงเห็นด้วยว่าพระไตรปิฎก คือ คลังความรู้....เป็น KM  (Knowledge Management )