จากกรณีศึกษา “นวัตกรรมทางการศึกษา” นำมาประยุกต์ใช้กับ กฟผ. ดังนี้

  • ในการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ โดยใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะมี NGO หรือชุมชนต่อต้านในการสร้าง เนื่องจากไม่ไว้วางใจในเรื่องความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น กฟผ. ควรจะให้ความรู้แก่ชุมชน โดยการจัดหลักสูตรเกี่ยวกับพลังงานในรูปแบบต่างๆ ระบบความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และหลักสูตรอื่นๆ ทางด้านธุรกิจหรืออุตสาหกรรม เพื่อทำให้ชุมชนเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ซึ่งเป็นนวัตกรรมทางสังคม (Social Innovation) อีกทั้งยังทำให้เกิดเครือข่ายและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นอกจากนั้นก็ยังนำชุมชนไปทัศนศึกษา ดูงานที่โรงไฟฟ้าต่างๆ เพื่อให้ชุมชนเข้าใจ ยอมรับ ให้ความร่วมมือและเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม

จากบทความ “Thailand has a shortage of brain power, not water”

  • จะเห็นว่า คนไทยปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เช่น ความแห้งแล้ง, น้ำท่วม โดยไม่รู้จักที่จะคิดค้นหา
    วิธีแก้ไขป้องกันปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อทำให้ปัญหาหมดไป แต่คนในต่างประเทศจะช่วยกันหาวิธีแก้ไขป้องกันปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจจะเป็นเพราะว่า คนไทยไม่ชอบคิดเชิงวิเคราะห์ เป็นระบบหรือองค์รวม ซึ่งเปรียบเทียบกับ กฟผ. เป็นองค์กรที่มีพนักงานมีความรู้ ความสามารถและเชี่ยวชาญหลายด้าน แต่ยังไม่สามารถสร้างเทคโนโลยีของตัวเองได้ ต้องพึ่งพาต่างประเทศ ดังนั้น เรื่องที่ กฟผ. เชี่ยวชาญมากควรจะนำมาสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเพิ่ม Value added

นายเสรี  ละอองอุทัย