1. ภายใต้สถานะความเป็นรัฐวิสาหกิจของกฟผ. มีกฎหมายและระเบียบปฏิบัติมากมายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินการด้าน Social Innovation แต่เชื่อว่า กฟผ.สามารถทำได้ภายใต้ข้อจำกัดนี้

                ประเด็นสำคัญคือ

1.    ทำอย่างไรที่จะทำให้สังคม ชุมชนและประชาชนเข้าใจ เชื่อใจและยอมรับกฟผ.

2.    ทำอย่างไรที่จะทำให้คนกฟผ.ปรับเปลี่ยน Mind-Set เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามข้อ 1

ทั้งสองประเด็นดังกล่าวถือว่าเป็น Social Innovation ที่สำคัญและเร่งด่วนของกฟผ.ที่จะต้องรีบดำเนินการ

 

2. ปัญหาเรื่องการปลูกข้าวนาปรัง การบริหารจัดการน้ำในระบบชลประทาน การขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคในฤดูแล้ง และราคาข้าว  จะเป็นปัญหาของประเทศทุกปี โดยเฉพาะในฤดูแล้ง หากข้าวราคาดี สามารถจัดสรรน้ำได้อย่างพอเพียง ก็จะไม่เกิดปัญหาการเรียกร้องของเกษตรกรและชาวนาในการขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ ในทางตรงกันข้าม เช่นในฤดูแล้งปีนี้ ปริมาณน้ำกักเก็บในเขื่อนต่างๆมีน้อย เนื่องจากมีปริมาณน้ำฝนตกน้อย (อันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนและการตัดไม้ทำลายป่า) และการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แต่ชาวนายังต้องการน้ำเพื่อปลูกข้าวนาปรังเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากข้าวราคาดี

                ปัญหานี้เกิดขึ้นทุกปี ซ้ำซาก แต่ฝ่ายการเมืองและหน่วยงานภาครัฐ มักจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ไม่คิดจะแก้ปัญหาในระยะยาว แท้ที่จริงแล้วควรจะกำหนดปัญหาดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ มีการบริหารจัดการที่ดี โดยยึดถือผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง จึงจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้

 

ถาวร งามกนกวรรณ

EADP รุ่น 6