Assingment 4  (5.3.10)

 

1. สรุปประเด็นจากการอ่านบทความเรื่อง  Leading Change  

   Why Transformation Efforts Fail      โดย John P. Kotter

ผู้นำที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลง  จะต้องทำตามขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงที่ถูกต้อง  ในช่วงเวลาที่เหมาะสมเร่งด่วน เพื่อช่วงชิงการเป็นผู้นำในตลาดใหม่ที่มีความท้าทาย รวมทั้งต้องสร้างแนวร่วมที่มีพลังอย่างเพียงพอในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนั้นให้สำเร็จ

ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นภายในมาตรฐานต่างๆ  เช่น  Total quality management , reengineering ,  rightsizing ,  restructuring , culture change และ turnaround แต่ในเกือบทุกกรณี เป้าหมายพื้นฐานจะเหมือนกัน คือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานว่าควรดำเนินธุรกิจอย่างไรเพื่อให้สามารถจัดการกับสภาพแวดล้อมทางตลาดที่ใหม่และท้าทาย

บทเรียนพื้นฐานที่ควรศึกษาจากบริษัทที่ประสบความสำเร็จ คือ ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงควรมาจากขั้นตอนการดำเนินการที่ต่อเนื่องกัน โดยรวมจะเป็นการใช้เวลา การข้ามขั้นตอนเป็นเพียงการเร่งเวลาแต่จะไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าพอใจ บทเรียนทั่วไป คือ ความผิดพลาดที่สำคัญในขั้นตอนใดๆ มีผลกระทบที่รุนแรง การเคลื่อนที่อย่างช้าๆ และการปฏิเสธความยุ่งยาก อาจเป็นเพราะมีประสบการณ์น้อยในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์กร นอกจากนี้บุคลากรที่มีความสามารถก็อาจสร้างความผิดพลาดใหญ่ๆได้อย่างน้อยเพียงหนึ่งครั้ง

1.1  ความผิดพลาดที่ ๑ เกิดจากการไม่สร้างความเร่งด่วนที่เพียงพอ

ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จ เริ่มจากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเริ่มมองเห็นสภาวะการแข่งขันของบริษัท ตำแหน่งของตลาด แนวโน้มทางเทคโนโลยี ผลการจัดการทางการเงิน  ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) และเริ่มค้นหาหนทางที่จะสื่อสารข้อมูลอย่างกว้างขวางและอย่างรวดเร็ว ก้าวแรกเป็นสิ่งสำคัญเพราะเมื่อเริ่มการเปลี่ยนแปลงต้องการความร่วมมือกันของบุคคลหลายๆคน โดยการสร้างแรงจูงใจเพื่อรวมพลังอย่างรวดเร็ว

การเปลี่ยนแปลง คือ การสร้างระบบใหม่ซึ่งต้องการการเป็นผู้นำ และเริ่มต้นได้ดี เมื่อองค์กรมีหัวหน้าใหม่ที่มีลักษณะเป็นผู้นำที่ดีและเป็นผู้เล็งเห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ   และมีระดับความเร่งด่วนที่เพียงพอ

1.2  ความผิดพลาดที่ 2 เกิดจากการไม่สร้างแนวทางการร่วมมือที่มีพลังอำนาจเพียงพอ

ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จ ต้องเกิดจากการรวมพลังสร้างแนวร่วมที่มีอำนาจเพียงพอ เป็นผู้ขับเคลื่อนและสนับสนุน โดยต้องเน้นที่ระดับหัวหน้าเป็นแกนนำรวมกลุ่มกัน เพื่อสร้างฐานอำนาจในการเปลี่ยนแปลง

            ในองค์กรขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทีมแนะแนวความสำเร็จจะประกอบด้วยคน 3-5 คน ในระหว่างช่วงปีแรกของความพยายามในการปรับปรุง แต่ในบริษัทขนาดใหญ่ ความร่วมมือจำเป็นต้องเติบโตในระดับ 20-50 คน โดยผู้จัดการอาวุโสมักจะเป็นแกนของกลุ่ม และบางครั้งพลังร่วมที่มีอำนาจอาจมาจาก สมาชิก  คณะกรรมการ ตัวแทนลูกค้าหลัก หรือ ผู้นำกลุ่มสหภาพ

            การเปลี่ยนแปลง ต้องการกิจกรรมที่ออกนอกขอบเขต ความคาดหวัง และวิธีการปกติ  การจัดการจะช่วยในการรวมแนวทางความร่วมมือเข้าด้วยกัน ช่วยพัฒนาและร่วมกันประเมินปัญหาและโอกาสของบริษัท และสร้างระดับความเชื่อใจและการสื่อสาร เป็นเครื่องมือที่ทำให้ภารกิจสำเร็จ กลุ่มที่ขาดผู้นำที่เข้มแข็งก็จะไม่มีพลังอำนาจตามที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลงได้

            ความพยายามที่ไม่มีแนวทางความร่วมมือที่มีอำนาจเพียงพอ สามารถสร้างความก้าวหน้าในระดับหนึ่ง แต่หลังจากนั้น การต่อต้านจะตามทัน และการเปลี่ยนแปลงจะหยุดลง

           

 

2.  บทความนี้ Context  ถูกต้องกับวัฒนธรรมองค์กรของ กฟผ. หรือไม่

            วัฒนธรรมองค์กร ของ กฟผ. คือ รักองค์กร มุ่งงานเลิศ เทิดคุณธรรม 

การเปลี่ยนแปลงภายใน กฟผ. ต้องมี ผู้นำที่เข้มแข็ง มีความรู้ที่กำหนดทิศทางอนาคตขององค์กรที่ชัดเจน  มีความสามารถในการสร้างแรงจูงใจให้เกิดแนวร่วมที่มีพลังอำนาจอย่างเพียงพอ  โดยต้องรวบรวมกลุ่มคนในทุกระดับเป็นแนวร่วม  ตั้งแต่ ผู้เป็นเจ้าของ  ผู้มีส่วนได้เสีย  คณะกรรมการ  ฝ่ายบริหาร  พนักงาน  สหภาพแรงงาน  และ ลูกค้า  ซึ่งจะทำให้มีพลังอำนาจในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงให้สำเร็จ  ทั้งนี้จะต้องทำตามกระบวนการการเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างถูกต้องในเวลาที่รวดเร็วและเหมาะสม

ซึ่ง กฟผ. เป็นองค์กร ที่มีการรวมพลังได้อย่างเข้มแข็งและรวดเร็วอยู่แล้ว เพราะมีวัฒนธรรมองค์กรที่ถูกหล่อหลอมให้รักองค์กร  ดังนั้นหากมี ผู้นำที่เป็นที่ยอมรับภายในองค์กรแล้ว ผู้นำก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดใน กฟผ. ได้ไม่ยาก  ประกอบกับ คน กฟผ. เป็นผู้ที่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว

 

3.  การวิจารณ์บทความนี้

(a)  การบริหารการเปลี่ยนแปลง

จุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลงต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไร และ เพื่ออะไร แล้วจึงสร้างกระบวนการเปลี่ยนแปลง  หาเครื่องมือที่จะใช้เป็นมาตรฐานในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ  เรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา  และมองอนาคตที่แตกต่างและท้าทาย แสวงหานวัตกรรมใหม่  จากนั้นจึงจะเริ่มดำเนินการสร้างแนวร่วมของกลุ่มบุคคลที่มีพลังอำนาจมาร่วมมือกัน และดำเนินการตามขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงอย่างถูกต้องในเวลาที่รวดเร็วและเหมาะสม  และจะต้องดำเนินการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ

(b)  การปรับ Mindset ใน กฟผ. ได้อย่างไร และจะไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไร

การปรับ Mindset ใน กฟผ. ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะ คน กฟผ. เป็นผู้ที่มีความรู้และมีทัศนคติที่ดี มีความรับผิดชอบต่อองค์กร สังคม และ ประเทศชาติ  แต่ Mindset ที่จะปรับ ต้องเป็น Mindset ที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ในภาพรวมขององค์กร สังคม และประเทศชาติ 

(c)    อ่านแล้วจะพัฒนาตนเองอย่างไร

ต้องพัฒนาตนเองโดยการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา ด้วยการอ่านหนังสือ พูดคุยกับผู้รู้ 

สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านเทคโนโลยี และด้านสังคม ต้องฝึกคิดอย่างเป็นระบบ  คิดนอกกรอบ  คิดไปข้างหน้า  คิดแบบเป็นกลุ่มเพื่อหาพลังร่วม และมองให้เห็นกุญแจแห่งความสำเร็จ  เพื่อให้ตัวเองมีความพร้อมที่จะต้องรับการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

                                                ***********************