การบ้าน 31 มีค 2553

Thailand has a shortage of brain power, not water.

จากบทความจะเห็นถึงประเทศไทยซึ่งเคยอุดมด้วยน้ำ ซึ่งเคยมีคำกล่าวว่า "ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว" ทำให้คนไทยใช้ชีวิตสุขสบายมานาน ซึ่งได้มาจากการที่ธรรมชาติอำนวย ทำให้มีความคิดทีมีแต่การร้องขอ ไม่คิดที่จะช่วยตัวเอง หรือลงทุนเอง แต่เมื่อธรรมชาติเปลี่ยนไป การใช้น้ำโดยไม่รู้จักคุณค่า และการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล จึงทำให้การทำการเกษตรเสียหายมาก

ซึ่งแตกต่างจากบางประเทศ ที่พลิกฟื้น พัฒนาทะเลทรายจนกลายเป็นแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ โดยการลงทุนสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ และทำให้เกิดความชุ่มชื่นขึ้น และสามารถทำการเกษตรได้

หากว่าประเทศไทยเอาแบบอย่างได้บ้างก็คงจะดี โดยใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และรู้จักที่จะลงทุนเองบ้าง ใช่ว่าจะรอร้องขอธรรมชาติอย่างเดียว โดยถือเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องคอยดูแล แต่ประชาชนก็พยายามที่จะหลีกเลี่ยงการเสียภาษีให้น้อยที่สุด โดยเห็นแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง

ทุกอย่างควรมีระบบ และความร่วมมือระหว่างทุกหน่วยงาน ดังนี้

- ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า โดยการบริหารจัดการน้ำ

- กำหนดพืชที่จะเพาะปลูก ทั้งชนิดและปริมาณ โดยการลงทะเบียนเกษตรกร

- กระทรวงพาณิชย์ มีการกำหนดราคาสินค้าเกษตร

- เกษตรกรต้องรับฟังหลักเกณฑ์ เพื่อการปฏิบัติที่ถูกต้อง

นวัตกรรมทางการศึกษาโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า สมุทรปราการ หรือโรงเรียนบางหัวเสือบุญแจ่มเนียมนิล

จากบทความนำมาประยุกต์ใช้กับนวัตกรรมทางสังคมกับ กฟผ. โดยการปรับเปลี่ยนความคิดให้ความรู้กับชุมชน และให้ชุมชนมีส่วนร่วม เช่นการสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กประจำชุมชน โดยชุมชนเป็นเจ้าของ และ กฟผ. ให้ความรู้ทางด้านเทคโนโลยี และการบริหารจัดการ ก็จะทำให้เกิดโรงไฟฟ้าสำหรับชุมชนนั้นๆ ได้เอง