เพิ่มเติมเรื่องการจ่ายขาดเงินสะสม นะครับ ปัจจุบันกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีหนังสือที่ มท ๐๘๐๔.๓/ว ๔๙๐ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓ เรื่อง หารือเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ ส่งสำเนาหนังสือของ

(๑).กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท ๐๘๐๔.๓/๒๐๑๓ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓ เรื่อง ขอหารือการจ่ายเงินเพื่อการลงทุนตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.๒๔๙๖ ถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ มีสาระสำคัญคือ การตีความคำว่า การจ่ายเงินเพื่อการลงทุน ตามมาตรา ๖๗ ทวิ ซึงกำหนดว่า การจ่ายเงินตามมาตรา ๖๗(๘) และการจ่ายเงินเพื่อการลงทุน เทศบาลจะกระทำได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลและผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว สรุปว่า คำว่ารายจ่ายเพื่อการลงทุนนั้น หมายความถึง การนำเงินไปใช้จ่ายลงทุนเพื่อแสวงหากำไร ไม่ใช่รายจ่ายที่เป็น ครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง หรือทรัพย์สินอื่น ดังนั้นการใช้จ่ายเงินสะสมที่ไม่ใช่เพื่อนำไปลงทุนแสวงหากำไร จึงไม่เข้าด้วยบทบัญญัติในมาตรา ๖๗ ทวิ จึงไม่ต้องขอรับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนใช้จ่าย สำหรับการใช้จ่ายเงินสะสมเพื่อไปตั้งจ่ายเป็นเงินอุดหนุนนั้น ไม่สามารถกระทำได้ ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท ๐๘๐๘.๒/ว ๗๔ ลงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๓ ที่กำหนดให้ใช้จ่ายเงินอุดหนุนได้เฉพาะงบประมาณที่ตั้งจ่ายไว้ในหมวดเงินอุดหนุนเท่านั้น

(๒) หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท ๐๘๐๔.๓ / ๒๐๑๔ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ตอบข้อหารือในทำนองเดียวกัน

(๓) หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท ๐๘๐๔.๓/ ๒๐๑๕ ลงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ตอบข้อหารือในทำนองเดียวกัน

สรุปก็คือ การใช้จ่ายเงินสะสม ถ้าไม่ได้ใช้จ่ายเพื่อนำไปลงทุนแสวงหาผลกำไร ก็ไม่ต้องขอรับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด ถึงแม้จะเป็นการใช้จ่ายในหมวดค่าครุภัณฑ์ที่ดินและสิ่งก่อสร้างก็ตาม แต่ก็มีข้อระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินสะสมของเทศบาลไว้ตามสมควร คือตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การฝากเงิน การเก็บรักษาเงิน และการตรวจเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๘ ข้อ ๘๙ กำหนดไว้ว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอาจใช้จ่ายเงินสะสม โดยได้รับอนุมัติจากสภาท้องถิ่นภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) ให้กระทำได้เฉพาะกิจการซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(๒) ต้องเป็นไปตามแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือตามที่กฎหมายกำหนด

(๓) ได้มีการส่งเงินสมทบกองทุนส่งเสริมกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามระเบียบแล้ว

และใช้จ่ายได้ภายใต้เงื่อนไขดังนี้

(๑) ที่เกี่ยวกับด้านการบริการชุมชนและสังคม

(๒) กิจการที่เป็นการเพิ่มพูนรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(๓) กิจกรรมที่ทำเพื่อบำบัดความเดือดร้อนของประชาชน