ลูกสาวราวราวดอกไม้             ในสวรรค์

     มือพ่อเอื้อมถนอมอนันต์     โอบฟ้า

หอมลูกก่อนหอมจันทร์           วิจิตร

ใกล้ชิดมิคิดล้า                     ห่างหน้าไปไหน

     บนฟ้ามีเมฆน้อย               ลอยขาว

แต่เล็กลูกนุ่มราว                   เมฆนั้น

เพียงอุ้มอกพ่อพราว                ผุดผ่อง

แผ่ออกเป็นเมฆขึ้น                 ชื่นฟ้าฉำฝน

      แก้มลูกผลิกลีบแก้ว          แววไกล

แก้มลูกแก้มแม่ไฉน                ชอบยิ้ม

แก้มลูกและแม่ไหว                ให้พ่อ

แก้มพ่อก็ชอบยิ้ม                   อิ่มแก้มประกายสอง

    เสียงลูกกล่อมพ่อให้           หอมกวี

เสียงมิ่งมนต์ดนตรี                 กล่อมฟ้า

เสียงสวรรค์กล่อมปฐพี            มีอยู่

เสียงหมู่เสียงมารท้า               พ่ายแพ้แก่สวรรค์

     มือพ่อช่วยแม่เลี้ยง            ลูกมา

แสนห่วงเหมือนดวงตา            พ่อนี้

ยามไกลรีบกลับหา                 หอมลูก

เป็นเพื่อนและผู้ชี้                   ชีพให้ดีเสมอ

      ขาดลูกพ่อรำไห้              ใจตรม

ขาดลูกขาดฝนพรม                จากฟ้า

ขาดลูกขาดสายลม                ระรื่น

ขาดดอกไม้ระย้า                   ดุจแก้วตาสลาย

......

     ยามใดที่ลูกได้                 ดั่งฝัน

ยามจากไปไกลกัน                 นึกไว้

งามใจย่อมเป็นสวรรค์              กว่าร่าง  เนื้อนา

รักพ่อก็ขอให้                        จากบ้านไปหอม

.....

บทกวี  โดย ยังดี  วจีจันทร์ อ่านในคำคืน วันที่ 25 เม.ย. 2533(20ปีที่แล้ว)ในรายการ "พบกวี"ค่ายเติมฝันที่ฝั่งโขง ซึ่งเป็นค่ายที่ผมได้ไปร่วมจัดกับกลุ่มวรรณกรรมร่มพอกภูดิน ในยุคที่ผมยังเป็นหนุ่มน้อยพเนจร กับการเดินทางแสวงหา

อ่านบันทึกของหนานแล้วทำให้ระลึกถึงความหลังเมื่อครั้นก่อนเก่า