สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์   .ยม นาคสุข ที่เคารพ  และเพื่อนๆนักศึกษา MBA ทุกท่าน

     จากการที่ได้เรียนวิชาภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงในสัปดาห์ที่ 3 (วันที่ 9 - 10 มีนาคม)  ดร.จีระได้สอนเกี่ยวกับเรื่องผู้นำ  และได้ให้ทำงานลง Blog ดังต่อไปนี้

ส่วนที่ 1   คำถามที่ 1  อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้แล้วได้อะไรบ้างและเกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำอย่างไร จากการที่ได้อ่านหนังสือแล้วทำให้ได้รู้ว่า คนเป็นสมบัติที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร  เมื่อก่อนนั้นจะมีความเชื่อเก่าๆว่า คน เป็นเพียงต้นทุนการผลิต ซึ่งไม่ใช่เลย คนต่างหาก คือ ผลกำไร ที่แท้จริงขององค์กร หากได้รับการดูแลเอาใจใส่ เพิ่มศักยภาพ โดยการพัฒนาอย่างจริงจัง สม่ำเสมอ และเป็นระบบ หนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ในเรื่องของการพัฒนาคน ถึงแม้ว่าท่านทั้งสองจะมีอายุที่แตกต่างกัน มีการศึกษาที่แตกต่างกัน แต่ท่านทั้งสองมีเป้าหมายเดียวกันคือ การมุ่งมั่นในเรื่อง คน คุณพารณฯ ได้เข้าไปทำงานใน เครือซิเมนต์ไทย เริ่มแรกในงานด้านวิศวกรรมคือเป็นวิศวกร เพราะท่านจบการศึกษามาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ แต่เมื่อกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้เห็นบางอย่างในตัวของท่าน จึงให้ท่านไปเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการบุคคล ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ถึงแม้ว่าท่านจะไม่เคยทำงานเกี่ยวกับการบริหารคนมาเลย แต่เมื่อได้รับมอบหมายท่านก็จำเป็นต้องทำ และทำได้ดีเสียด้วย คุณพารณฯ ได้ดูแลนโยบายเรื่องคนของปูนซีเมนต์ ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาทำงานกับบริษัท และเขาจะได้รับการฝึกอบรม เอาใจใส่ดูแลจนถึงวันที่เขาเกษียณอายุออกไป เพราะคุณพารณฯ เชื่อว่าองค์กรจะดีเพราะมีคนเก่งและดี  <p>        และจากการที่ก่อนหน้านี้คุณพารณฯ ได้เคยทำงานในบริษัท เชลล์ ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติมาก่อน ทำให้ท่านได้รู้ว่า เหนือสิ่งอื่นใดคือ มีการดูแล คน อย่างดี เพราะมีแนวคิดว่าคนเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดขององค์กร งานจะสำเร็จได้ด้วยคน จึงมีแผนในการพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ</p>

        และเมื่อคุณพารณฯ ได้เข้ามาอยู่ที่ปูนซิเมนต์ไทย ท่านก็ได้นำเอาวิธีการบริหารงานแบบบริษัทข้ามชาติอย่างที่เคยได้เรียนรู้มาปรับใช้เริ่มตั้งแต่การจัดโครงสร้างและระเบียบการบริหารองค์กร การทำงานที่เป็นระบบ

หลักการบริหารคนของคุณพารณฯ ที่เป็นปัจจัยให้ประสบความสำเร็จมีดังนี้

  1. เน้นความมีส่วนร่วมของพนักงานให้เกิดความผูกพันกับบริษัท
  2. ถ้ามีปัญหาต้องคุยกับพนักงานให้รู้เรื่องก่อน
  3. คุณพารณฯ จะเปิดประตูอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ลูกน้องได้พบปะปรึกษาหารือเสมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
  4. มีการเอาใจใส่ดูแลและให้เพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้พนักงานตลอดเวลา
  5. มีการสนับสนุนด้านการศึกษา
  6.  

    จะเห็นได้ว่าหลักการบริหารคนของคุณพารณฯ นั้น ได้แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำของคุณพารณฯ หลายๆด้านดังนี้

    • ในตอนที่คุณพารณฯ ได้เปลี่ยนจากการเป็นวิศวกรมาเป็นนักพัฒนาคน ถึงแม้ว่าท่านจะไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน แต่ท่านก็ทำได้อย่างดีมาก ซึ่งผู้นำที่ดีนั้นต้องมีความสามารถ และมีความเป็นมืออาชีพ
    • การที่คุณพารณฯ จะเปิดประตูอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ลูกน้องได้พบปะปรึกษาหารือ ถือเป็นการกระทำของผู้นำที่ดี คือ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีเมตตา มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
    • การเอาใจใส่ดูแลและให้เพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้พนักงานและการสนับสนุน ถือเป็นบุคลิกของผู้นำที่ต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ตลอดเวลา

       

      ส่วน ดร.จีระ นั้น ด้วยความที่เป็นคนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีความกล้าที่จะทำงานทำให้ท่านได้รับเลือกให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยวัยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังเป็นผู้วางพื้นฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย และจนถึงปัจจุบันนี้ หลายๆคนก็ยังคงนึกถึง ดร.จีระ ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์เหมือนเคย         ด้วยความที่ ดร.จีระ เป็นคนที่มีฝีมือและความสามารถ จึงได้รับมอบหมายให้ทำวิจัยเกี่ยวกับแรงงานสัมพันธ์ และการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ ขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศอย่าง ILO – International Labor Organization         จากการที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานดังกล่าวแล้ว ทำให้ ดร.จีระ ได้พบกับ คุณพารณฯ เป็นครั้งแรก เพราะ ดร.จีระ ไม่มีความรู้เรื่องนี้ เขาจึงต้องการที่จะได้เรียนรู้จากผู้รู้นั่นก็คือคุณพารณฯ ซึ่งในตอนนั้น ปูนซิเมนต์โดดเด่นมากในเรื่องการพัฒนาคน และหลังจากนั้นมา ดร.จีระ ก็ได้ยึดคุณพารณฯ เป็นต้นแบบอยู่เสมอ 

              ดร.จีระ ได้เกษียณตัวเองออกจากการสอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวัยเพียง 55 ปี บนพื้นฐานแนวคิดที่ว่า เขาสามารถเป็นอาจารย์ได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ทำให้เขาสามารถขยายฐานสังคมแห่งการเรียนรู้ได้กว้างขวางกว่าเดิม

      ภาวะผู้นำของ ดร.จีระ มีดังนี้

      1. ดร.จีระ เป็นคนที่แสวงหาการเรียนรู้ตลอดเวลา
      2. สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
      3. เป็นคนที่ขวนขวายและใฝ่รู้
      4. การมีเครือข่ายตั้งแต่วัยเยาว์ เป็นทุนทางสังคมของผู้นำ
      5. มีครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งเป็น ทุนมนุษย์ที่ผู้นำต้องมี
      6. มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล
      7.  

        คำถามที่ 2  คุณพารณฯ และ ดร.จีระ มีภาวะผู้นำที่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

        ท่านทั้งสองมีภาวะผู้นำที่เหมือนๆกัน หลายอย่าง สรุปได้ดังนี้

         

        • ท่านทั้งสองเกิดมาในชนชั้นปกครองของสังคมเหมือนกัน มีพื้นฐานทางครอบครัวที่ดี และได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดี ซึ่งถือเป็น ทุนมนุษย์
        • มีเป้าหมายเดียวกันคือการที่องค์กรจะสำเร็จได้ต้องให้ความสำคัญกับคน
        • ใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลาและให้ความสำคัญกับการศึกษา
        • มีทัศนคติที่ดี มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล
        • มีคุณธรรมสูงมีความเป็นธรรม
        • เน้นการทำงานเป็นทีม

         

        ส่วนที่ 2  เลือกผู้นำมา 1 คน แล้วให้เขียนประวัติ + วิเคราะห์ตามทฤษฎี

        ข้าพเจ้าได้เลือก คุณอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ประวัติ เกิด 3 สิงหาคม 2507 บิดา ศ.น.พ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ มารดา ศ.พ.ญ.สดใส เวชชาชีวะ ภรรยา ดร. พิมพ์เพ็ญ (ศกุนตาภัย) เวชชาชีวะ อาจารย์ประจำ ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บุตร - ธิดา น.ส.ปราง เวชชาชีวะ ด.ช.ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ  การศึกษา โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์
        โรงเรียนอีตัน ประเทศอังกฤษ
        ปริญญาตรีสาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 1) มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ
        ปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
        ปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัย
        อ๊อกซฟอร์ดประเทศอังกฤษ
        ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
         ประสบการณ์การทำงาน 

        ปี 2535 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 (สาธร, ยานนาวา, บางคอแหลม พ.ศ.2535/1, 2535/2) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์
        ปี 2538 และปี 2539 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 (ดินแดน, ห้วยขวาง, พระโขนง, คลองตัน)กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์
        ปี 2544 และ ปี 2548 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
        ปี 2535-2537 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
        ปี 2537-2538 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
        ปี 2538-2539 ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร
        ปี 2538-2540 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์
        ปี 2540-2544 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบ
        - กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
        - กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
        - กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
        - กำกับสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
        ปี 2541 ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
        ปี 2542 รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
        ปี 2548 – ปัจจุบัน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
        ปี 2548 – 23 กุมภาพันธ์ 2549 ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

                เนื่องจากข้าพเจ้าชื่นชมและชื่นชอบ คุณอภิสิทธิ์ มานานแล้ว เพราะท่านเป็นคนที่มีบุคลิกดีและดึงดูดใจ และได้ติดตามผลงานของท่านมาบ้าง และเมื่อได้ศึกษาประวัติของคุณอภิสิทธิ์เกี่ยวกับด้านครอบครัว การศึกษา อาชีพการงาน และผลงานของท่าน ก็ยิ่งทำให้รู้ว่าคุณอภิสิทธิ์นั้นเป็นบุคคลที่มีความรู้และความสามารถมากมาย ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่มีความเป็นผู้นำ

        ซึ่งสามารถวิเคราะห์ตามหลักทฤษฎี  8H’S และ 8K’S ได้ดังนี้

        • Heritage (รากฐานของชีวิต) @ Sustainable Capital (ทุนแห่งความยั่งยืน)

             คุณอภิสิทธิ์ ได้ถูกส่งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นช่วงมัธยมจนถึงระดับปริญญา แต่ถึงแม้ว่าท่านจะเติบโตมาจากต่างประเทศ แต่ท่านก็รู้รากฐานของตัวเองว่าเป็นคนไทย หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วท่านจึงกลับมาที่ประเทศไทย และเริ่มอาชีพด้วยการเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

                คุณอภิสิทธิ์ สนใจการเมืองมาตั้งแต่อายุ 9 ปี เนื่องจากระหว่างนั้นเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา และท่านได้เห็นคนนับหมื่นนับแสนออกมาชุมนุมกันตามท้องถนนและต่อสู้เพื่อเอาชีวิตเข้าแลก และคุณพ่อของท่านได้อธิบายว่าผู้คนเหล่านั้นออกมาเรียกร้องสิทธิ ทำให้คุณอภิสิทธิ์รู้สึกว่าทุกคนเป็นเจ้าของประเทศไทยเหมือนกัน ท่านจึงตัดสินใจตั้งแต่ครั้งนั้นว่าจะเป็นนักการเมือง

               จะเห็นได้ว่า การที่คุณอภิสิทธิ์ ตัดสินใจจะเป็นนักการเมืองนั้น เหตุผลก็คือ ท่านรู้รากเหง้าของตนเองว่าท่านเป็นคนไทยและเป็นเจ้าของประเทศไทยซึ่งเป็นแผ่นดินเกิด ท่านมีความคิดที่จะทำให้ประเทศไทยสงบสุข และนั่นก็ถือเป็นทุนแห่งความยั่งยืนทางสังคม

        • Head (สมอง : คิดเป็น คิดดี)  @  Intellectual Capital (ทุนทางปัญญา)
                คำว่า Head ในที่นี้หมายถึง การใช้สมอง การมีความคิด มีความรู้ และยังต้องมีสติ เมื่อคิดเป็นแล้วต้องคิดดีด้วย        จากการที่คุณอภิสิทธิ์มีผลงานที่โดดเด่นในหลายๆเรื่อง ทำให้ได้รับโอกาสเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายก ตอนสมัยนายกชวน หลีกภัย ทำให้คุณอภิสิทธิ์ได้แสดงความรู้ความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ และในช่วงที่ประเทศไทยประสบกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ คุณอภิสิทธิ์ก็ได้มีส่วนช่วยคิดและช่วยผลักดันมาตรการต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดได้        และอีกประการหนึ่งคือคุณอภิสิทธิ์นั้นถึงแม้ว่าจะมีการศึกษาที่สูงอยู่แล้ว แต่ท่านก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอด จะเห็นได้จากการที่ท่านกลับมาศึกษาต่อเพิ่มที่ประเทศไทย

          

        • Hand (ทำงานด้วยฝีมือตนเอง)  @  Talent Capital (ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ)
                 จากการใฝ่ฝันที่จะเป็นนักการเมืองในวัยเด็กของคุณอภิสิทธิ์นั้น ทำให้เห็นว่าท่านได้ลงมือทำให้ความฝันนั้นเป็นจริงได้ โดยการศึกษาเกี่ยวกับการเมือง การปกครอง มาตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย และยังมาศึกษาวิชาทางกฎหมายต่อที่ประเทศไทย ท่านจึงเป็นนักการเมืองที่มีความรู้ และได้นำความรู้ที่มีอยู่นั้นมาใช้ในการพัฒนาประเทศ และท่านยังได้มีการฝึกทักษะให้พัฒนาอยู่เสมอด้วยการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งท่านก็ได้เป็นคนคิดและลงมือทำด้วยตัวเอง และสิ่งสำคัญท่านยังเป็นคนที่มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน แม้ว่าจะมีผู้ไม่เห็นด้วยก็ตาม 
        • Heart (จิตใจที่ดี)  @  Ethical Capital (ทุนทางจริยธรรม)
                        คุณอภิสิทธิ์เป็นคนที่มีจิตใจที่ดีและใจกว้าง จะเห็นได้ว่าเมื่อประชาชนเดือนร้อน ท่านจะยื่นมือเข้าไปช่วยเสมอ เห็นได้จาก การรับบริจาคสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 2548 และยังเป็นผู้แทนของประชนทุกกลุ่ม        และเมื่อปี 2546 คุณอภิสิทธิ์ได้เสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคแต่ไม่ได้เป็น เพราะคุณบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้เสียงข้างมากกว่า แต่ในการพ่ายแพ้ครั้งนี้ ท่านได้ยอมรับมันและยังได้แสดงสปิริตในการให้ความร่วมมือและช่วยเหลือพรรคต่อไป ซึ่งถือเป็นทุนทางจริยธรรม  
        • Health (สุขภาพ พลานามัยที่สมบูรณ์)  @  Digital Capital (ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ)
                 จากการที่มาจากพื้นฐานครอบครัวที่ดี ทำให้คุณอภิสิทธิ์ มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง เมื่อท่านมีเวลาว่างท่านก็จะออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และท่านยังให้ความสำคัญกับกีฬาฟุตบอลเป็นอย่างมากเพราะเป็นกีฬาที่ชื่นชอบ        ส่วนทุนทางเทคโนโลยีและสารสนเทศนั้น คุณอภิสิทธิ์ก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเทคโนโลยีใหม่ๆ จึงได้จัดทำเวบไซต์ของตนเองขึ้นมา เพื่อให้ประชาชนเข้ามาดูประวัติและผลงานของท่านได้ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นการพัฒนาทาง IT อย่างหนึ่ง  
        • Home (บ้านและครอบครัว)  @  Human Capital (ทุนมนุษย์)
                 คุณอภิสิทธิ์ มีทุนที่เป็นทุนขั้นพื้นฐานนั่นก็คือ ทุนมนุษย์ คือตั้งแต่เด็กได้รับการอบรมและเลี้ยงดูที่ดีจากบิดามารดา ท่านมีพื้นฐานทางครอบครัวที่ดีคือคุณพ่อและคุณแม่เป็นแพทย์ทั้งคู่ และท่านยังมีพื้นฐานการศึกษาที่ดีอีกด้วย จะเห็นได้ว่าคุณอภิสิทธิ์ได้เรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยชื่อดังทั้งในและต่างประเทศ        และเมื่อคุณอภิสิทธิ์ได้มามีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว ถือได้ว่าประสบความสำเร็จในชีวิตครอบครัว เพราะได้คู่สมรสที่ดีและเก่ง และยังมีลูกๆที่น่ารักอีก 2 คน  
        • Happiness (ความสุข)  @  Happiness Capital (ทุนแห่งความสุข)
                        ถึงแม้ว่าคุณอภิสิทธิ์ จะต้องเจอกับปัญหามากมายเนื่องจากเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่ท่านก็ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข จะเห็นได้จากใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา และท่านมีความพึงพอใจในตนเอง มีความเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ จะเห็นได้จากเมื่อเวลาที่ประชาชนเกิดปัญหา ท่านจะช่วยแก้ไขด้วยตัวของท่านเอง ซึ่งถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งแล้วที่ได้ช่วยประชาชน  
        • Harmony (ความปรองดองสมานฉันท์)  @  Social Capital (ทุนทางสังคม)
         

                แม้ว่าในปัจจุบันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้มีบทบาททางการเมืองน้อยลง แต่คุณอภิสิทธิ์ก็ยังคงรักษาพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงดูแลคนภายในพรรค และยังสร้างความสามัคคีภายในพรรค เพื่อให้อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ดำรงอยู่ต่อไป แม้ว่าระยะนี้จะมีปัญหาทางการเมือง แต่ท่านก็ยังมีเครือข่ายมากมายคือพรรคประชาธิปัตย์ตามภูมิภาคต่างๆ และท่านยังหวังอีกว่าเครือข่ายเหล่านั้นจะช่วยกันสร้างพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาอีกครั้ง

         

        ส่วนที่ 3  เขียนจุดอ่อน และ จุดแข็ง ของตัวเอง

        จุดแข็ง
        • มองโลกในแง่ดีเสมอ
        • เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย
        • ร่าเริง สนุกสนาน
        • พูดจริง ทำจริง
        • ถ้าตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ
        • สามารถเรียนรู้ได้เร็ว
         จุดอ่อน
        • เชื่อคนง่าย
        • ขี้น้อยใจ
        • เอาแต่ใจตัวเอง
        • ไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
        • ไม่มีเหตุผล

         

        นางสาวสุพรรษา  อาลี

        ID 106242002    MBA 7

        มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด

</span>