สวัสดีค่ะ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ อ.ยม นาคสุข ที่เคารพ และเพื่อนๆนักศึกษา MBA ทุกท่าน
จากการที่ได้เรียนวิชาภาวะผู้นำกับการเปลี่ยนแปลงในสัปดาห์ที่ 3 (วันที่ 9 - 10 มีนาคม) ดร.จีระได้สอนเกี่ยวกับเรื่องผู้นำ และได้ให้ทำงานลง Blog ดังต่อไปนี้
ส่วนที่ 1 คำถามที่ 1 อ่านหนังสือทรัพยากรมนุษย์พันธ์แท้แล้วได้อะไรบ้างและเกี่ยวข้องกับภาวะผู้นำอย่างไร จากการที่ได้อ่านหนังสือแล้วทำให้ได้รู้ว่า “คน” เป็นสมบัติที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร เมื่อก่อนนั้นจะมีความเชื่อเก่าๆว่า “คน” เป็นเพียงต้นทุนการผลิต ซึ่งไม่ใช่เลย คนต่างหาก คือ “ผลกำไร” ที่แท้จริงขององค์กร หากได้รับการดูแลเอาใจใส่ เพิ่มศักยภาพ โดยการพัฒนาอย่างจริงจัง สม่ำเสมอ และเป็นระบบ หนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของคุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา และ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ในเรื่องของการพัฒนาคน ถึงแม้ว่าท่านทั้งสองจะมีอายุที่แตกต่างกัน มีการศึกษาที่แตกต่างกัน แต่ท่านทั้งสองมีเป้าหมายเดียวกันคือ การมุ่งมั่นในเรื่อง “คน” คุณพารณฯ ได้เข้าไปทำงานใน เครือซิเมนต์ไทย เริ่มแรกในงานด้านวิศวกรรมคือเป็นวิศวกร เพราะท่านจบการศึกษามาทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ แต่เมื่อกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้เห็นบางอย่างในตัวของท่าน จึงให้ท่านไปเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการบุคคล ของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ถึงแม้ว่าท่านจะไม่เคยทำงานเกี่ยวกับการบริหารคนมาเลย แต่เมื่อได้รับมอบหมายท่านก็จำเป็นต้องทำ และทำได้ดีเสียด้วย คุณพารณฯ ได้ดูแลนโยบายเรื่องคนของปูนซีเมนต์ ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาทำงานกับบริษัท และเขาจะได้รับการฝึกอบรม เอาใจใส่ดูแลจนถึงวันที่เขาเกษียณอายุออกไป เพราะคุณพารณฯ เชื่อว่าองค์กรจะดีเพราะมีคนเก่งและดี <p> และจากการที่ก่อนหน้านี้คุณพารณฯ ได้เคยทำงานในบริษัท เชลล์ ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติมาก่อน ทำให้ท่านได้รู้ว่า เหนือสิ่งอื่นใดคือ มีการดูแล “คน” อย่างดี เพราะมีแนวคิดว่าคนเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดขององค์กร งานจะสำเร็จได้ด้วยคน จึงมีแผนในการพัฒนาพนักงานให้มีความรู้ความสามารถเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ</p>
และเมื่อคุณพารณฯ ได้เข้ามาอยู่ที่ปูนซิเมนต์ไทย ท่านก็ได้นำเอาวิธีการบริหารงานแบบบริษัทข้ามชาติอย่างที่เคยได้เรียนรู้มาปรับใช้เริ่มตั้งแต่การจัดโครงสร้างและระเบียบการบริหารองค์กร การทำงานที่เป็นระบบ
หลักการบริหารคนของคุณพารณฯ ที่เป็นปัจจัยให้ประสบความสำเร็จมีดังนี้
- เน้นความมีส่วนร่วมของพนักงานให้เกิดความผูกพันกับบริษัท
- ถ้ามีปัญหาต้องคุยกับพนักงานให้รู้เรื่องก่อน
- คุณพารณฯ จะเปิดประตูอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ลูกน้องได้พบปะปรึกษาหารือเสมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
- มีการเอาใจใส่ดูแลและให้เพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้พนักงานตลอดเวลา
- มีการสนับสนุนด้านการศึกษา
จะเห็นได้ว่าหลักการบริหารคนของคุณพารณฯ นั้น ได้แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นำของคุณพารณฯ หลายๆด้านดังนี้
- ในตอนที่คุณพารณฯ ได้เปลี่ยนจากการเป็นวิศวกรมาเป็นนักพัฒนาคน ถึงแม้ว่าท่านจะไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน แต่ท่านก็ทำได้อย่างดีมาก ซึ่งผู้นำที่ดีนั้นต้องมีความสามารถ และมีความเป็นมืออาชีพ
- การที่คุณพารณฯ จะเปิดประตูอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ลูกน้องได้พบปะปรึกษาหารือ ถือเป็นการกระทำของผู้นำที่ดี คือ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีเมตตา มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
- การเอาใจใส่ดูแลและให้เพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้พนักงานและการสนับสนุน ถือเป็นบุคลิกของผู้นำที่ต้องเป็นผู้ใฝ่รู้ตลอดเวลา
ส่วน ดร.จีระ นั้น ด้วยความที่เป็นคนที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และมีความกล้าที่จะทำงานทำให้ท่านได้รับเลือกให้เป็นผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยวัยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังเป็นผู้วางพื้นฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย และจนถึงปัจจุบันนี้ หลายๆคนก็ยังคงนึกถึง ดร.จีระ ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันทรัพยากรมนุษย์เหมือนเคย ด้วยความที่ ดร.จีระ เป็นคนที่มีฝีมือและความสามารถ จึงได้รับมอบหมายให้ทำวิจัยเกี่ยวกับแรงงานสัมพันธ์ และการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ในองค์การ ขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศอย่าง ILO – International Labor Organization จากการที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานดังกล่าวแล้ว ทำให้ ดร.จีระ ได้พบกับ คุณพารณฯ เป็นครั้งแรก เพราะ ดร.จีระ ไม่มีความรู้เรื่องนี้ เขาจึงต้องการที่จะได้เรียนรู้จากผู้รู้นั่นก็คือคุณพารณฯ ซึ่งในตอนนั้น ปูนซิเมนต์โดดเด่นมากในเรื่องการพัฒนาคน และหลังจากนั้นมา ดร.จีระ ก็ได้ยึดคุณพารณฯ เป็นต้นแบบอยู่เสมอดร.จีระ ได้เกษียณตัวเองออกจากการสอนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวัยเพียง 55 ปี บนพื้นฐานแนวคิดที่ว่า เขาสามารถเป็นอาจารย์ได้โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย ทำให้เขาสามารถขยายฐานสังคมแห่งการเรียนรู้ได้กว้างขวางกว่าเดิม
ภาวะผู้นำของ ดร.จีระ มีดังนี้
- ดร.จีระ เป็นคนที่แสวงหาการเรียนรู้ตลอดเวลา
- สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
- เป็นคนที่ขวนขวายและใฝ่รู้
- การมีเครือข่ายตั้งแต่วัยเยาว์ เป็นทุนทางสังคมของผู้นำ
- มีครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งเป็น ทุนมนุษย์ที่ผู้นำต้องมี
- มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล
คำถามที่ 2 คุณพารณฯ และ ดร.จีระ มีภาวะผู้นำที่เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ท่านทั้งสองมีภาวะผู้นำที่เหมือนๆกัน หลายอย่าง สรุปได้ดังนี้
- ท่านทั้งสองเกิดมาในชนชั้นปกครองของสังคมเหมือนกัน มีพื้นฐานทางครอบครัวที่ดี และได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดี ซึ่งถือเป็น ทุนมนุษย์
- มีเป้าหมายเดียวกันคือการที่องค์กรจะสำเร็จได้ต้องให้ความสำคัญกับคน
- ใฝ่รู้อยู่ตลอดเวลาและให้ความสำคัญกับการศึกษา
- มีทัศนคติที่ดี มีโลกทัศน์ที่กว้างไกล
- มีคุณธรรมสูงมีความเป็นธรรม
- เน้นการทำงานเป็นทีม
ส่วนที่ 2 เลือกผู้นำมา 1 คน แล้วให้เขียนประวัติ + วิเคราะห์ตามทฤษฎี
ข้าพเจ้าได้เลือก คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประวัติ เกิด 3 สิงหาคม 2507 บิดา ศ.น.พ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ มารดา ศ.พ.ญ.สดใส เวชชาชีวะ ภรรยา ดร. พิมพ์เพ็ญ (ศกุนตาภัย) เวชชาชีวะ อาจารย์ประจำ ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บุตร - ธิดา น.ส.ปราง เวชชาชีวะ ด.ช.ปัณณสิทธิ์ เวชชาชีวะ การศึกษา โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์
โรงเรียนอีตัน ประเทศอังกฤษ
ปริญญาตรีสาขาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ (เกียรตินิยมอันดับ 1) มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ
ปริญญาตรีสาขานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ปริญญาโทสาขาเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัย
อ๊อกซฟอร์ดประเทศอังกฤษ
ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ทางนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ประสบการณ์การทำงานปี 2535 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 6 (สาธร, ยานนาวา, บางคอแหลม พ.ศ.2535/1, 2535/2) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์
ปี 2538 และปี 2539 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 (ดินแดน, ห้วยขวาง, พระโขนง, คลองตัน)กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์
ปี 2544 และ ปี 2548 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
ปี 2535-2537 โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ปี 2537-2538 รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง
ปี 2538-2539 ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร
ปี 2538-2540 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์
ปี 2540-2544 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบ
- กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
- กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
- กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
- กำกับสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ปี 2541 ประธานคณะกรรมาธิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
ปี 2542 รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ปี 2548 – ปัจจุบัน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ปี 2548 – 23 กุมภาพันธ์ 2549 ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเนื่องจากข้าพเจ้าชื่นชมและชื่นชอบ คุณอภิสิทธิ์ มานานแล้ว เพราะท่านเป็นคนที่มีบุคลิกดีและดึงดูดใจ และได้ติดตามผลงานของท่านมาบ้าง และเมื่อได้ศึกษาประวัติของคุณอภิสิทธิ์เกี่ยวกับด้านครอบครัว การศึกษา อาชีพการงาน และผลงานของท่าน ก็ยิ่งทำให้รู้ว่าคุณอภิสิทธิ์นั้นเป็นบุคคลที่มีความรู้และความสามารถมากมาย ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่มีความเป็นผู้นำ
ซึ่งสามารถวิเคราะห์ตามหลักทฤษฎี 8H’S และ 8K’S ได้ดังนี้
- Heritage (รากฐานของชีวิต) @ Sustainable Capital (ทุนแห่งความยั่งยืน)
คุณอภิสิทธิ์ ได้ถูกส่งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 13 ปี ซึ่งเป็นช่วงมัธยมจนถึงระดับปริญญา แต่ถึงแม้ว่าท่านจะเติบโตมาจากต่างประเทศ แต่ท่านก็รู้รากฐานของตัวเองว่าเป็นคนไทย หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วท่านจึงกลับมาที่ประเทศไทย และเริ่มอาชีพด้วยการเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คุณอภิสิทธิ์ สนใจการเมืองมาตั้งแต่อายุ 9 ปี เนื่องจากระหว่างนั้นเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา และท่านได้เห็นคนนับหมื่นนับแสนออกมาชุมนุมกันตามท้องถนนและต่อสู้เพื่อเอาชีวิตเข้าแลก และคุณพ่อของท่านได้อธิบายว่าผู้คนเหล่านั้นออกมาเรียกร้องสิทธิ ทำให้คุณอภิสิทธิ์รู้สึกว่าทุกคนเป็นเจ้าของประเทศไทยเหมือนกัน ท่านจึงตัดสินใจตั้งแต่ครั้งนั้นว่าจะเป็นนักการเมือง
จะเห็นได้ว่า การที่คุณอภิสิทธิ์ ตัดสินใจจะเป็นนักการเมืองนั้น เหตุผลก็คือ ท่านรู้รากเหง้าของตนเองว่าท่านเป็นคนไทยและเป็นเจ้าของประเทศไทยซึ่งเป็นแผ่นดินเกิด ท่านมีความคิดที่จะทำให้ประเทศไทยสงบสุข และนั่นก็ถือเป็นทุนแห่งความยั่งยืนทางสังคม
- Head (สมอง : คิดเป็น คิดดี) @ Intellectual Capital (ทุนทางปัญญา)
- Hand (ทำงานด้วยฝีมือตนเอง) @ Talent Capital (ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ)
- Heart (จิตใจที่ดี) @ Ethical Capital (ทุนทางจริยธรรม)
- Health (สุขภาพ พลานามัยที่สมบูรณ์) @ Digital Capital (ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ)
- Home (บ้านและครอบครัว) @ Human Capital (ทุนมนุษย์)
- Happiness (ความสุข) @ Happiness Capital (ทุนแห่งความสุข)
- Harmony (ความปรองดองสมานฉันท์) @ Social Capital (ทุนทางสังคม)
แม้ว่าในปัจจุบันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ได้มีบทบาททางการเมืองน้อยลง แต่คุณอภิสิทธิ์ก็ยังคงรักษาพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงดูแลคนภายในพรรค และยังสร้างความสามัคคีภายในพรรค เพื่อให้อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ดำรงอยู่ต่อไป แม้ว่าระยะนี้จะมีปัญหาทางการเมือง แต่ท่านก็ยังมีเครือข่ายมากมายคือพรรคประชาธิปัตย์ตามภูมิภาคต่างๆ และท่านยังหวังอีกว่าเครือข่ายเหล่านั้นจะช่วยกันสร้างพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาอีกครั้ง
ส่วนที่ 3 เขียนจุดอ่อน และ จุดแข็ง ของตัวเอง
จุดแข็ง- มองโลกในแง่ดีเสมอ
- เข้ากับผู้อื่นได้ง่าย
- ร่าเริง สนุกสนาน
- พูดจริง ทำจริง
- ถ้าตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ
- สามารถเรียนรู้ได้เร็ว
- เชื่อคนง่าย
- ขี้น้อยใจ
- เอาแต่ใจตัวเอง
- ไม่ค่อยรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
- ไม่มีเหตุผล
นางสาวสุพรรษา อาลี
ID 106242002 MBA 7
มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด
</span>