ชื่อเรื่อง รายงานผลการใช้แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

ผู้ศึกษา นายธีระชัย นามสิงห์

ปีที่ศึกษา 2552

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อให้ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 3. เพื่อเปรียบเทียบทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานของนักเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ที่ผู้วิจัยสร้าง และพัฒนาขึ้นกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนประชารัฐวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอำนาจเจริญ ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 จำนวน 1 ห้องเรียน รวมทั้งสิ้นจำนวน 23 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยและทดลอง คือ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2552 ถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2552 เป็นระยะเวลา 26 ชั่วโมง (คาบ) ชั่วโมงละ(คาบ) 60 นาที รวมทั้งเวลาที่ใช้ในการทำแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจำนวน 30 ข้อ 30 คะแนน เนื้อหาที่ใช้ศึกษาในครั้งนี้เป็นเนื้อหาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การดำรงชีวิตของพืชและสัตว์ แบบฝึกทักษะที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้น จำนวน 6 ชุด โดยแบ่งเนื้อหาออกดังนี้

เรื่องที่ 1 ปัจจัยที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช

เรื่องที่ 2 สารสีขียวและการสังเคราะห์แสง

เรื่องที่ 4 การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

เรื่องที่ 5 สัตว์และการจำแนกสัตว์

เรื่องที่ 6 วัฏจักรชีวิตของสัตว์

ตัวแปรที่ศึกษาได้แก่

1. ตัวแปรอิสระ คือ การจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

2. ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของนักเรียน

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 6 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 30 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบ ค่า t-test (Dependent Sample) ผลการวิจัยพบว่า 1. แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.68/84.78 หมายความว่า แบบฝึกทักษะที่ผู้วิจัยสร้างและพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้ 2. แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีค่าดัชนีประสิทธิผลในการเรียนรู้เท่า 7.93 หมายความว่า แบบฝึกทักษะทำให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 79 3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะการกระบวนการวิทยาศาสตร์ พบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่ามีนัยสำคัญทาสถิติที่ระดับ .05

สรุปการพัฒนาแบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมืออันจะนำไปพัฒนาผู้เรียนได้ใช้ฝึกทักษะการเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ดังนั้น การใช้แบบฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับผู้เรียนตามความแตกต่างระหว่างบุคคลผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างมีความสุขเกิดประโยชน์สูงสุดผู้เรียนได้เป็นอย่างดียิ่ง

ธีระชัย นามสิงห์