กรณีฉุกเฉินที่ต้องแก้ก่อนเครื่องพัง

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เพื่อการทำงาน หรือเพื่อการเรียนแล้วละก็ เชื่อได้เลยว่าคงเคยเจอปัญหาประเภทที่ต้องรีบแก้ไขทันทีที่อยู่บ่อยๆ อย่างเช่น ไฟดับกะทันหัน ไฟกระชากในขณะที่กำลังทำงานหรือจู่ๆ เมาส์ก็ค้าง ทำอะไรต่อไปไม่ได้ ต้องบูตเท่านั้นหรือบางทีก็เจอกับหน้าจอฟ้า ที่มีข้อมูลอะไรเป็นภาษาอังกฤษขึ้นมาเต็มไปหมด เห็นแล้วก็เกิดอาการอึ้งๆ ๆ ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี รวมถึงเสียงที่มันดังออกมาจากคอมพิวเตอร์ทั้งปิ๊บสั้นปิ๊บยาว ปิ๊บถี่ๆ โอ้ว...อะไรกันนักหนาละเนี่ย เอาละนะ นับแต่นี้ต่อไป ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นก็จะหมดไป เพราะเราได้รวบรวม 10 กรณีฉุกเฉินที่ต้องรีบแก้ไขอย่างรีบด่วน มิฉะนั้นปัญหาอาจบานปลาย จนกลายเป็นความเสียหายของทั้งอุปกรณ์ หรือข้อมูลสำคัญ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เรามาลองไล่เรียงดูกันเลยนะค่ะ

กรณีที่ 1 ไฟดับกะทันหัน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันบ่อยๆ กับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็คือไฟดับในขณะที่กำลังทำงานอยู่ โดยเฉพาะเครื่องที่ไม่มีอุปกรณ์สำรองไฟหรือ UPS ด้วยแล้ว เพียงแค่ไฟกระชาก ไฟตก บางทีก็อาจจะส่งผลให้เครื่องที่กำลังทำงานอยู่ดับไปเฉยๆ แล้วอย่างนี้จะทำยังไง เมื่อไฟดับ??

มาทำความเข้าใจกันก่อน อย่างแรกสุด ต้องเข้าใจว่าไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ดับ (โดยเฉพาะเวลาอากาศแปรปรวน) มักจะเกิดอาการไฟกระฉากหรือไฟตก ควรรีบเซฟงานและปิดเครื่องให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าคุณจะมีอุปกรณ์สำรองไฟใช้งานอยู่ด้วยก็ตาม แต่ถ้ามันสุดวิสัย ไม่ทันจริงๆ อยู่ดีๆ มันก็ดับขึ้นมาซะงั้น...นี่คือขึ้นตอนที่คุณควรจะทำ

ถ้าเกิดเหตุการณ์ไฟดับปุ๊บ ไม่ต้องอึ้งค่ะ หาปลั๊กของเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อนเลยแล้วถอดออกเพื่อเป็นการป้องกันไฟกระชาก ซึ่งอาจจะส่งผลให้อุปกรณ์เสียหายได้ หรือถ้ามีสวิตช์ที่ปลั๊กก็ปิดสวิตซ์ไปเลยก็ดีค่ะ เรื่องงานที่ทำค้างไว้คงต้องทำใจไปก่อนรอดูสถานการณ์ว่าไฟฟ้าจะกลับมาติด เมื่อไหร่ เมื่อมาแล้วก็อย่าเพิ่งเปิดเครื่องทันที เพราะไฟฟ้าอาจจะยังไม่เสถียรดี รออีก 5-10 นาทีว่ามันกลับมาอย่างสมบูรณ์แล้วแน่นอนจึงค่อยเปิดเครื่อง

เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาแล้ว คราวนี้ละค่ะ คุณอาจจะได้เจอหน้าจอแปลกที่เป็นหน้าจอสีดำ ตัวอักษรสีขาวๆ มีให้เลือกออปชันต่างๆ ซึ่งถ้าเป็นวินโดว์ส XP แล้วโชคดีไฟล์ระบบไม่เสียหาย คุณสามารถเลือก Start Windows Normally เพื่อบูตเข้าสู่วินโดวส์ตามปกติได้เลยค่ะ หรือถ้าเข้าไปไม่ได้ก็ให้ลองเลือกออปชั่น Last Know Good Configuration (your most recent setting that working) ดูค่ะ แต่ถ้าไม่ได้อีก อาจจะต้องมีการซ่อมแซมไฟล์ระบบกันเลย

ส่วนงานที่ทำค้างไว้นั้น จะทำอย่างไรกับมันดีคะ ซึ่งถ้าหากเป็นโปรแกรมในตระกูล Microsoft Office จะมีฟังก์ชันบันทึกข้อมูลอัตโนมัติเป็นระยะอยู่แล้ว ก็อาจจะโชคดีได้งานคืนกลับมาบางส่วน แต่ส่วนที่เหลือคงต้องทำใจละค่ะ ทางที่ดีควรเซฟงานเป็นระยะๆ ถึงจะดี และมีเครื่องสำรองไฟมาใช้งานด้วยก็จะดียิ่งขึ้น

กรณีที่ 2 เครื่องค้าง ปิดไม่ได้

มาถึงอาการเครื่องค้าง เครื่องแฮงก์ ที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุราหรือของมึนเมาของผู้ใช้นะครับ แต่อาจจะเป็นเพราะโปรแกรมมีการทำงานชนกัน หรืออุปกรณ์บางอย่างในเครื่องผิดปกติ อย่างเช่น แรม ฮาร์ดดิสก์ ซีพียู เป็นต้น คราวนี้กดปุ่มอะไรก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง จะสั่ง Shutdown ก็ทำไม่ได้ กดปุ่ม Power บนตัวเครื่องแล้วมันก็ไม่ปิดสักที อย่างนี้จะทำอย่างไร

เมื่อเครื่องมีอาการค้างหรือแฮงก์ในขณะที่ทำงานอยู่อาจจะเกิดจากปัญหาอะไรก็ ตาม แต่ที่รู้ๆ คือกดปุ่มอะไรก็ไม่ตอบสนองสักกะที งานนี้มีทางเลือกอยู่หลายทาง แต่อย่างแรกคือต้องทำใจกับข้อมูลที่ทำค้างไว้พอๆ กับกรณีไฟดับนั่นแหละค่ะ ส่วนทางเลือกที่คุณสามารถทำได้คือกดปุ่ม Reset บนตัวเครื่อง ซึ่งมันจะทำให้ระบบเริ่มบูตเครื่องใหม่ คล้ายๆ กับการสั่ง Restart แต่ระบบจะไม่ได้มีการเก็บค่าต่างๆ ไว้ให้เรียบร้อย จึงทำให้เมื่อบูตกลับขึ้นมาก็จะเจอหน้าจอให้เราเลือกเหมือนตอนเปิดเครื่อง หลังไฟดับ ก็ให้ทำตามขั้นตอนเดียวกับไฟดับได้เลยค่ะ

ใครที่คิดว่าปิดเครื่องไปเลยดีกว่า ก็สามารถกดปุ่ม Power เพื่อปิดได้เลย โดยกดปุ่ม Power เพื่อปิดนี้ ให้กดค้างไว้ประมาณ 4 วินาที หรือกดไปจนกว่าเครื่องจะดับ ซึ่งจะกินเวลาไม่เกิน 10 วินาทีหรอกค่ะ หรือว่าถ้ามันไม่ดับจริงๆ ก็คงต้องใช้ไม้แข็งถอดปลั๊กกันเลยก็ได้ แต่วิธีนี้ไม่ค่อยอยากแนะนำค่ะเอาเป็นตัวเลือกสุดท้ายจะดีกว่า ส่วนเครื่องใครที่สั่ง Shutdown แล้วไม่ยอมปิด แต่จะขึ้นหน้าจอ It’s now safe to turn off your computer ขึ้นมาแทนก็สามารถใช้วิธีการกดปุ่ม Power ค้างไว้จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด และปลอดภัยที่สุด

กรณีที่ 3 เครื่องติด จอไม่ติด

ถ้าวันดีคืนดี เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วเครื่องเปิดติด ไฟติด พัดลมหมุน แต่ดันไม่มีภาพขึ้นที่จอ คงเป็นฝันร้ายของใครหลายคนแน่ๆ ยิ่งถ้าต้องรีบใช้คอมพิวเตอร์ทำงานด้วยแล้ว จะตรวจสอบยังไง และจะแก้ไขอะไรได้บ้าง เราไปดูกันเลย

อย่างแรกให้เช็คจอกันก่อนว่าจอภาพเปิดสวิตซ์อยู่หรือเปล่า? ปลั๊กไฟเสียบถูกต้องหรือไม่? อันนี้ของมันแน่นอนอยู่แล้วไม่น่าจะมีใครลืมใช่ไหมคะ แต่จริงๆ แล้วเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้ามไปทั้งๆ ที่เป็นเรื่องพื้นฐานและเช็คกันงายนิดเดียวเอง

เอาละนะ เมื่อเช็คจอเรียบร้อยก็มาเช็คสายสัญญาณกันต่อ สายสัญญาณของจอมีการต่อกับคอมพิวเตอร์อย่างถูกต้องแล้วหรือเปล่า? สิ่งที่ต้องระวังอย่างหนึ่งก็คือในเครื่องที่มีกราฟิกการ์ดแบบออนบอร์ดมาให้ แล้วติดตั้งการ์ดจอเพิ่มเข้าไป จะมีช่องสำหรับต่อจอภาพอยู่ 2 ส่วนในกรณีต้องต่อช่องที่ออกมาจากการ์ดที่ใส่เพิ่มเข้าไปนะคะ ซึ่งส่วนมากจะอยู่เป็นพอร์ตที่อยู่ด้านล่าง

อีกกรณีหนึ่งคือกรณีที่เป็นการ์ดจอรุ่นใหม่ มักจะมีช่องต่อจอมาให้ 2 ช่อง 2 แบบ คือ D-Sub 15 pin กับช่องต่อแบบ DVI ที่ใช้ต่อกับจอแอลซีดีซึ่งมันจะมีการตรวจสอบจอที่ต่ออยู่กับพอร์ตเหล่านี้ และส่งสัญญาณภาพออกไป ดังนั้น เป็นไปได้ว่าถ้าการ์ดจอรวน มันก็อาจส่งสัญญาณภาพไปผิดพอร์ต ก็ควรจะลองต่อดูทั้งสองช่องค่ะ


ถ้ายังไม่ได้อีกก็อาจจะต้องลองหาจอสำรองมาต่อแทน หรือเอาจอไปเช็กว่าจอภาพสามารถแสดงผลได้ตามปกติหรือไม่นะคะ แต่ถ้าเช็กจนแน่ใจแล้วคราวนี้คงต้องมาดูกันที่เครื่องคอมพิวเตอร์กันแล้วละค่ะ ว่ามีอาการผิดปกติอะไรหรือเปล่า? เช่น มีเสียงร้อง Beep..Beep เป็นจังหวะหรือไม่? หรือว่านิ่งเงียบไปเลย ซึ่งเสีย Beep เหล่านี้จะเป็นการฟ้องความผิดพลาดที่เกิดขึ้น อย่างเช่น การ์ดจอเสีย แรมมีปัญหา หรือถ้าเงียบไปเลยก็อาจจะเป็นซีพียูหรือเมนบอร์ดมีปัญหา งานนี้ส่งช่างจะเหมาะสมที่สุด

กรณีที่ 4 มีสัตว์ประหลาดแฝงกายอยู่ในเครื่อง

สังเกตมั๊ยคะว่า.. ภายในเคสของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น มันช่างเป็นที่เหมาะเจาะที่บรรดาสารพัดสัตว์เข้าไปแวะเวียนพักพิงอาศัยกัน อยู่บ่อยๆ ประหนึ่งว่าเป็นศาลาพักใจอะไรทำนองนั้น อ่ะ ฉันไม่ได้หมายถึงก๊อดซิลล่านะคะ และก็ไม่ได้พูดเล่นด้วยเพราะผมกำลังหมายถึงบรรดา มด หนู แมลงสาบ แมงมุม จิ้งจก หรือแม้แต่งู ฮั่นแน่! ไม่เชื่อละซิว่าจะมีจริงๆ (หัวงู)

มีผู้ใช้บางคนหวังดีกับเครื่อง คือ ไม่อยากให้เครื่องคอมพ์ร้อน ก็เลยเปิดผ่าด้านข้างของเคสไว้อย่างนั้นแหละ ซึ่งแบบนี้ละค่ะที่สรรพสัตว์ทั้งหลายมักจะถือโอกาสแวะมาทักทายอยู่เรื่อยๆ และถ้ามันชอบอกชอบในก็อาจจะถึงขั้นย้ายครอบครัวหรือชวนเพื่อนๆ มาตั้งวงสนทนากันอยู่เรื่อยๆ


การที่หนูหรือบรรดาสัตว์ที่ไม่น่าพึงประสงค์ทั้งหลายมารวมตัวกันเช่นนี้ มันอาจกัดหรือทำลายสายไฟหรืออุปกรณ์ในนั้นได้ ดังนั้น ถ้าวันดีคืนดีก็มีเสียงที่ส่ออาการว่าจะมีอะไรเข้าไปอาศัยอยู่ภายในเคส ก็ควรรีบปิดเครื่อง และปิดฝาเคสออกมาตรวจสอบโดยด่วน

เมื่อเปิดฝาเคสออกมาแล้ว ก็หาตัวการให้เจอก่อน ตามซอกตามมุมต่างๆ ถ้าเป็นมด ก็มองตามขบวนมันไปครับว่าเดินออกมาจากตรงไหน ก็เข้าไปทำความสะอาด ปัดรังมันออกมาซะ งานนี้ไม่ต้องปรานี ถ้าเป็นพวกใยแมงมุมก็เอาแปรงไปปัดๆ ออกมา ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเจอตัวเป็นๆ หรอกค่ะ อ้อ! ระวังพวกสัตว์มีพิษด้วยนะคะ เดี๋ยวมันจะกัดเอา

หลังจากจัดการทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วให้เช็กสายไฟและอุปกรณ์ต่างๆ ดูว่า มันอยู่ดีมีสุขกันหรือไม่? สายไฟแน่นหนาครบทุกสายหรือถูกหนูมันแทะเล็มไปแล้ว ตรวจดูความชื้นด้วยนะคะ เผื่อมันฝากฉี่หรือน้ำลายเอาไว้ อาจทำให้เครื่องช็อตได้ จากนั้นก็ลองเปิดเครื่องดู ถ้าหากเครื่องยังใช้ได้ตามปกติแล้วก็ควรจะหาเคสมาปิดฝาให้เรียบร้อย เพราะคุณอาจจะไม่ได้โชคดีเหมือนครั้งนี้เสมอไป