ขอนำเรื่องราวมาเล่าให้ฟังครับ

คุณเคยเป็นอย่างผมบ้างหรือไม่  ว่าบางครั้งได้ทำผิดต่อใครไป  แต่ปากหนักเสียเหลือเกิน  ไม่สามารถเอ่ยคำขอโทษออกมาได้อย่างเช่นในวันหนึ่ง  ผมเข้าใจลูกน้องของผมผิดไป  ว่าเธอมาทำงานสาย  แต่ที่แท้เธอมาก่อนเวลา  บังเอิญต้องไปติดต่อธุระอีกแห่งหนึ่ง  แม้จะรู้ว่าเรานี่แหละเป็นคนผิดเต็มๆ  แต่ปากก็รู้สึกหนัก ไม่ กล้า เอ่ยขอโทษเธอผมปฏิเสธไม่ได้ว่า ผมเอง ไม่กล้า (หาญ) พอ  น่าแปลกจริงๆ ว่าคำ ขอโทษ นี้ แม้เป็นคำสั้นๆ สองพยางค์  แต่ทำไมมันถึงเอ่ยออกมายากเหลือ  ทั้งๆ ที่เราเป็นคนผิดแท้ๆวันนั้น ทั้งวัน ผมทำงานด้วยความอึดอัดและขุ่นมัว  มีเสียงสองเสียงต่อสู้กันในสมอง  เสียงหนึ่งบอกผมว่า  แกต้องแสดงความกล้าหาญโดยไปขอโทษเธอเสียโดยเร็ว  ในขณะที่อีกเสียงหนึ่งบอกว่า  คงไม่เป็นไรหรอก เธอคงไม่ได้คิดอะไรผมปล่อยให้เสียงทั้งสองต่อสู้กันเป็นเวลานาน  จนในที่สุดผมคิดว่าขืนปล่อยไว้ เหตุการณ์คงจะไม่ดีขึ้นแน่  จึงตัดสินใจรวบรวมความกล้า และเดินไปบอกลูกน้องของผมว่า ผมขอโทษที่เมื่อเช้าเข้าใจคุณผิดไป   เธอเอ่ยกลับทันทีว่า อ๋อ  ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พร้อมกับยิ้มตอบไม่น่าเชื่อจริงๆ ว่าพลังของคำขอโทษนี้ ทำให้ความอึดอัด  ความขุ่นมัวที่ก่อตัวมาตั้งแต่เมื่อเช้าก็อันตรธานหายไปสิ้น  ในใจรู้สึกโล่งและสุขอย่างบอกไม่ถูก   หลายคนอาจคิดว่า ลูกน้องผมคงไม่ได้คิดอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว  แต่การได้ยินจากปากของเธอ มันรู้สึกดีกว่าการที่ผมคิดเอาเอง เป็นไหนๆ  ที่สำคัญ  การกล่าวคำขอโทษในวันนี้  ทำให้ผมมีความภาคภูมิในตนเอง  และพิสูจน์ตัวเองว่าผมยังมีความ กล้า พอที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง    เป็นความกล้าหาญเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่อยู่ในใจของผมเอง …  นาย ทันตแพทย์ 12 มีนาคม 2550 <p> </p>