ขออภัยที่ตอบคุณน้ำชาช้า ความคิดเห็นของพี่ namsha P ช่วยหนูได้เยอะเลยค่ะ เห็นครั้งแรก ปั๊บใจหนูเด้งกลับว่าไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร เกิดสภาวะสร้างภาพ "อยากดูดี" อยากตอบให้ดี ๆ ขึ้นมา เลยพาลไม่กล้าตอบ จริง ๆ แล้ว หนูไม่รู้จะแนะนำยังไง

ขอนุญาตแลกเปลี่ยนกับเมื่อครั้งหลานชายจะบวชภาคฤดูร้อนแล้วกันนะคะ หลานคนนี้ก็ดูจะติดเกม ติดเพื่อน แต่มีช่วงหนึ่งตอนเอาอยู่ประมาณ ป.5 -ป.6 เขามาเรียนพิเศษเลยได้ดูแลกันเต็ม ๆ ตลอดหนึ่งเดือนร่วมกับเพื่อนของเขาและพี่สาวเขาอีกคน ช่วงนั้นถ้ามีโอกาสหนูก็จะพาเขาไปวัดตอนเช้า ๆ บางวันก็พาไปสวดมนต์ตอนเย็นบ้าง ถ้าเขาไม่ได้ไปด้วย หนูก็ยังไปอยู่ดี ทำเป็นประจำเหมือนเป็นกิจวัตรว่า การไปวัดตอนเช้าคือ เรื่องปกติธรรมดาที่เราทำ

หนูทราบจุดอ่อนว่า "เขาเป็นเด็กเรียนรู้เร็ว แต่สมาธิสั้น"

จึงแยบ ๆ ว่า "ถ้าสวดมนต์ นั่งสมาธิได้ จะมีสมาธิมากขึ้นและก็จะเรียนเก่งขึ้น"

พอปีถัดมาแม่เขาก็เลยมาขอให้บวช รู้สึกว่าตอนจะบวชเขากำลังขึ้น ม.1 หนูเลยลองถามเขาว่า เป็นไง "อยากบวชไหม" แม้จะรู้สึกลังเลในตอนแรกแต่ก็รู้สึกได้ถึงสัญญาณดี ๆ หนูจึงให้ข้อมูลหลานว่า

"ถ้าอยากเล่นเกมหน่ะเปิดเทอมค่อยเล่นก็ได้คอมก็ไม่ได้หายไปไหน เล่นเกมมาก็ตั้งนาน แพ้ชนะเป็นไงก็พอรู้อยู่"

"ถ้าบวชก็จะได้โอกาส ฝึกสวดมนต์ทำสมาธิแถมได้เพื่อนใหม่อีกด้วย"

อาจจะด้วยความลงตัวของสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ ณ ตอนนั้น เพราะว่าโรงเรียนที่หลานชายจะเข้าเรียนจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ ที่จะเข้าเรียน ม. 1 บวช ตามความสมัครใจ ใครไม่บวชก็ให้มาช่วยดูแลอุปฐากและก็ร่วมภาวนา เป็นโอกาสดี ๆ ที่ทั้งครูและนักเรียนได้ใกล้ชิดศาสนาด้วยความเมตตาของท่านเจ้าอาวาส

หลานชายจึงได้โอกาสบวช พอบวชเสร็จเขามาเล่าให้ฟังน่าประทับใจทีเดียวค่ะเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ทั้งการสวดมนต์และทำสมาธิ มีเพิ่มเติมอีกอย่างที่หลานชายยังทำอยู่ ณ ทุกวันนี้คือ ฟัง CD ธรรมะ  

เป็นกำลังใจให้นะคะ และกราบขอบพระคุณมาก ๆ ค่ะ ที่ติดตามอ่านบันทึก รู้สึกดีจังเลยค่ะ ที่ได้มีโอกาสแบ่งปัน