เมื่อคืนพ่อกับแม่ใช้เวลาเดินทางกลับบ้านเป็นเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง ท่านออกเดินทางจาก อ.วังน้ำเขียวบ่ายสอง ถึงคลองลานสี่ทุ่ม หลังจากที่ตรากตรำทำงานมาตั้งแต่ตีสี่ ทั้งที่ต้องทำกับข้าว เก็บข้าว เก็บของ คนวัยหกสิบน่าจะได้พักไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ น่าจะถึงเวลาที่ได้ปล่อยวางภาระทางกาย ในช่วงบั้นปลายของชีวิต

ไม่รู้สินะ เราเองมองว่าท่านเหนื่อยมาก เหนื่อยจนเรารู้สึกผิดที่ชวนท่านมาทำอะไรอะไรลำบากแบบนี้

แต่ในใจของท่านนั้นใครจะรู้ได้เล่าว่า การเหนื่อยกับการทำงานหาเงิน กับการเหนื่อยกับการทำงานเพื่อ "ให้" สิ่งใดนั้นจะได้รับผลซึ่ง "ความสุข" มากกว่ากัน เพราะว่าความสุขแบบเป็น "ปัจจัตตัง" รู้และเห็นได้ด้วยตนเอง

การต่อสู้กับความรู้ที่บอกว่าสุขคือการหยุดพัก กิน เที่ยว ใช้เงิน ใช้ทอง กับความรู้แห่ง "พระสัทธรรม" ว่าความสุขคือการปลดเปลื้องกิเลส ตัณหา และกามราคะ ปลดได้วันหนึ่งก็เท่ากับได้พบพระนิพพานน้อย ๆ วันหนึ่ง ไม่ต้องไปหวังนิพพานอะไรที่ไหนไกล เอานิพพานน้อย ๆ ณ ลมหายใจนี้ ลมหายใจที่เตี่ยมเปี่ยมไปด้วย "การให้" อยู่เสมอ

การกระทำใดที่ไม่ต้องลงทุนด้วยกายหรือด้วยใจนั้นเป็นไม่มี

ถึงแม้นว่าจะขัดสน จนทรัพย์ แต่นั่นก็เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะอุทิศร่างกายนี้ อัตภาพอันประเสริฐที่ได้กำเนิดมาเป็นมนุษย์นี้สร้างความดีและเสียสละ

ถ้ามีคนพ่อและแม่ของเราคงจะสละได้แค่เงิน ฝากเงิน ฝากซองมาทำบุญ แต่โอกาสอันประเสริฐนี้ท่านได้อุทิศชีวิต ร่างกาย ที่นับวันจะร่วง โรย และพร้อมที่จะลาจากโลกนี้มาอุทิศเพื่อทำความดี ด้วยใจ ด้วย "กาย"

ชาติหนึ่งที่ยังมีลมหายใจ ไม่ว่าคนวัยใดจักต้องไม่ประมาท

วันนี้เรายังมีเรี่ยว มีแรง มีพลังอยู่ ก็ขอให้พึงรู้ประพฤติ ปฏิบัติ ตั้งมั่นทำความดี เพราะไม่มีใครจะล่วงรู้ได้ซึ่งความตายแม้นพรุ่งนี้