ขอยกตัวอย่างที่โรงพยาบาลดำเนินการในการดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรังที่กำลังทำ คือเมื่อมีการดูแลผู้ป่วยเส้นเลือดสมองตีบเข้ารักษาเป็นครั้งแรก ความคาดหวังของผู้ป่วยคือการที่ร่างการจะหาดีอย่างปกติ แต่สำหรับทางการแพทย์ย่อมทราบดีว่าโอกาสมีได้ แต่ต้องขึ้นกับองค์ประกอบหลายๆอย่าง ในการดูแลผู้ป่วยรายนี้เริ่มต้นด้วยการที่เราจะประเมินสภาพจิตใจก่อน รวมทั้งสภาพจิตใจของครอบครัว ในผู้ป่วยรายนี้มีสามาชิกอยู่ ผู้ป่วย ภรรยา ลูก2คน กำลังเรียนชั้นประถม สภาพจิตใจของผู้ป่วยมีความกังวลกับตัวโรค และครอบครัวเนื่องจากเป็นคนทำงาน ภรรยาเริ่มกังวลเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ลูก2คนมีความรู้สึกผิดที่ว่าถ้าตนเองพาพ่อมารักษาให้เร็วกว่านี้ จะมีโอกาสหายเร็วขึ้นหรือไม่ การดูแลทางการแพทย์จึงได้เริ่มดำเนินการขึ้น ค่อยๆมีการอธิบายเกี่ยวกับภาวะโรค การดำเนินโรค ค่อยประคับประคองจิตใจทั้ง4คนให้หายกังวล เกี่ยวกับโรค เริ่มมีการฝึกดูแลป้องกันภาวะแทรกซ้อน ให้เจ้าหน้าที่กายภาพมาสอน ซึ่งทั้งผู้ป่วย ภรรยา ลูกเริ่มมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับตัวโรค ทั้งนี้อาจมีผลมาจากการที่เราได้มีการเอาใจใส่ ต่อผู้ป่วยอย่างชัดเจน มีการให้นักจิตวิทยาประเมินผู้ป่วย และปรับความคิดของลูกทั้ง2คนร่วมด้วย ทำให้ เราพอมองเห็นถึงการใช้ หลักHealth Belief model and social support ร่วม เมื่อเราสามารถปรับสภาพทั้งผู้ป่วย และครอบครัวดีแล้ว ให้กลับบ้าน ได้มีการตามประเมินเยี่ยมบ้านต่อ ทำให้ทราบถึง การที่ผู้ป่วยจากเป็นคนทำงาน ตอนนี้เป็นหน้าที่ของภรรยาในการทำงาน เกิดการเปลี่ยนแปลง เริ่มมีการเข้าไปช่วยเหลือทางรายได้โดยขึ้นทะเบียนผู้พิการเพื่อให้ มีรายได้เข้าครอบครัวเป็นการลดภาระทางหนึ่ง นอกจากนี้ กระตุ้นการดำเนินการฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้ผู้สามารถเดินได้ ช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งทั้งหมดก็เปรียบเหมือนการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมนั้นเอง