จากความรู้ที่ท่านอาจารย์พยายามถ่ายทอดและชี้แนะให้ค้นคว้าเพิ่มเติม ขอสรุปแนวคิดในการจัดระบบบริการสุขภาพในกรอบประชากรประมาณ 50,000 คน จากหลักแนวคิด CRM หรือการทำการตลาด (Marketing) เราควรต้องทราบ บริบทข้อมูลต่าง ๆ ของลูกค้า (ทั้งภายในภายนอก) ทั้งหมด เบื้องต้นเราก็ควรต้องมีการจัดเก็บข้อมูลและมีระบบค้นหาข้อมูลที่เอื้อต่อการวางแผน (Information technology) เช่น การจัดเก็บจากfamily folderโดยระบบ computer เพื่อมาใช้ในการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการจัดระบบบริการที่เหมาะสม เมื่อมองโดย customer focus อาจต้องถ่วงน้ำหนักตามความจำเป็นและความเหมาะสม (ลูกค้ามีความต้องการหลากหลาย แตกต่างกันในขณะที่ทรัพยากรมีจำกัดในทุกด้าน) จากตัวอย่างการทำ contact sheet แสดงให้เห็นถึงการรับรู้ของผู้มารับบริการมีความแตกต่างกัน ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถจัดบริการให้เพียงพอต่อทรัพยากรที่มีอยู่
ในการจัดการควรจัดทำนโยบาย ( Policy) ที่เหมาะสม เช่น มี Co – payment เนื่องจากทุนมนุษย์มีไม่เท่ากัน ความต้องการต่างกัน ส่วนปัญหาเรื่องความเสมอภาคอาจจะไม่ได้หมายความว่าต้องเหมือนกันหรือเท่ากันหมด แต่ต้องมีมาตรฐานการบริการเบื้องต้นในระดับหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับได้ และเหมาะสมไปตามเป็นจริง ( tailor made) และคงไม่ได้หมายถึงมีหลายมาตรฐาน เพื่อให้มีทรัพยากรเพียงพอ เช่น เงิน ให้เพียงพอต่อการจัดบริการ (คนรวยช่วยคนจน เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข)
การจัดการด้านทรัพยากรต้องได้รับการจัดสรรตามขนาดโรงพยาบาลอย่างเพียงพอ เช่น คน เงิน ของ ในการจัดบริการระดับ รพช. ต้องดูแลทั้งงานปฐมภูมิและทุติยภูมิ และควรจะมีเจ้าภาพดูแลเรื่องงานสร้างเสริมสุขภาพโดยเฉพาะ ซึ่งต้องเป็นทีมที่มีความรู้ด้านสุขศึกษา และพฤติกรรมศาสตร์เป็นอย่างดี เพื่อบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสุขภาพในพื้นที่ได้ (สร้างต้องนำซ่อม) โดยเฉพาะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ขณะเดียวกันต้องได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน เช่น อปท. ที่ต้องช่วยกันควบคุมปัจจัยต่าง ๆ อาจเป็นเหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น บุหรี่ เหล้า สารเสพติด สารเคมีต่าง ๆ สิ่งแวดล้อม เป็นต้น และต้องร่วมจัดการสนับสนุนให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อสุขภาพ เช่น สถานที่ออกกำลังกาย , ตลาดสะอาด , น้ำดื่มน้ำใช้สะอาด , สถานที่ทิ้งขยะ ของเสียต่าง ๆ เป็นต้น
ในการจัดบริการต้องคำนึงถึงความต้องการของลูกค้า และต้องเอื้อแก่ผู้ด้อยโอกาส เช่น ผู้พิการ ผู้สูงอายุ , คนยากจน ให้เข้าถึงบริการได้ ง่าย สะดวก และชุมชนต้องมีส่วนร่วมในการจัดบริการส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ชมรม , กลุ่มต่าง ๆ โดยไม่ผลักให้เป็นภาระของโรงพยาบาลเพียงผู้เดียว เช่น กฎระเบียบในการให้บริการแก่ผู้พิการ , การสงเคราะห์ผู้สูงอายุ หรือไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการที่จะต้องปลูกฝังให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และวินัยในการดูแลสุขภาพ
ต้องจัดให้มีการบริการด้านสุขภาพตั้งแต่ เกิด เจ็บ แก่ ตาย ให้เป็นไปตามความเหมาะสม บางโรคก็ไม่สมควรป่วย (สามารถลดหรือหลีกเลี่ยงได้) เช่น อุบัติเหตุ โรคเรื้อรัง ที่มีปัจจัยมาจากพฤติกรรมไม่เหมาะสม ผู้ป่วยระยะสุดท้ายควรได้รับการดูแลอย่างสมศักดิ์ศรี เคารพต่อการตัดสินใจ(palliative care) และบริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ (Humanized hospital) ดังนั้นผู้ให้บริการก็ต้องมีทักษะในการสื่อสาร (Communication) เป็นอย่างดี
ระบบบริการที่สร้างขึ้นต้องสามารถเข้าถึงบริการได้ทั่วถึง เช่น PCU หรือ รพสต. และต้องมีเครือข่ายบริการอื่น ๆร่วม เช่น อสม. , ชมรมสุขภาพต่าง ๆ ซึ่งต้องสร้างความมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้น เพื่อขับเคลื่อนงานและให้เกิดความยั่งยืน
(มีต่อ)